จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (คำสารภาพ)

วันพุธที่ 11  สิงหาคม  พ.ศ. 2564 (กรอบบ่าย)

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (คำสารภาพ)

11

ผู้สันทัดกรณี : การสรรหาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยกำแพงมณีนั้น ผู้ที่จะต้องรับผิดไปเต็มๆคือท่านสุวาหรือท่านครก ซึ่งเป็นผู้ชี้หรือกำหนดตัวให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยหลับหูหลับตาเลือกตามคำสั่งของท่านครก  แบบเด็กดีที่ได้รับประทานกล้วยไข่อย่างอิ่มหมีพีมัน หรือกรรมการสภาจะเถียงว่าไม่จริง ถ้าคิดว่าไม่จริงก็ขอให้ท่านเก็บเหตุผลไว้แก้ตัวกับ ปปช.หรือ ท่านผู้พิพากษาในศาลก็แล้วกัน

ในครั้งนี้จะขอโฟกัสมาที่ท่าน ครก ว่าท่านทำงานมา เกือบ 40 ปี ไม่มีใครทราบว่าท่านมีเรื่องไม่ดีอะไรบ้าง ประชาคมต่างคิดว่าท่านเป็นคนดี แต่พอวันที่ 11 มิถุนายน 2564  ท่านก็เขียนประวัติของท่านให้ประชาคมได้เห็นก่อนที่ท่านจะเกษียณราชการไว้ดังนี้

1.ข้าพเจ้าเป็นคนโลภ ยังอยากมีตำแหน่งบริหารโดยอยากเป็นรองอธิการบดีเพื่อเข้ามามีอำนาจในมหาวิทยาลัยต่อไปถึงแม้จะเคยเป็นอธิการบดีและเกษียณแล้วก็ตาม

2.ข้าพเจ้าเป็นผู้ทำลายชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย  โดยวางแผนให้มีความฉ้อฉลในการสรรหาอธิการบดีจนประชาคมไม่พอใจมีการแต่งชุดดำประท้วง รวมทั้งเขียนป้ายไว้เต็มมหาวิทยาลัย เพื่อประจานการกระทำของข้าพเจ้า

3.ข้าพเจ้าเป็นคนเล่นพรรคเล่นพวก ช่วยเหลือผู้ที่ใกล้ชิดและมีผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงว่าข้าราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย คือผู้ใต้บังคับบัญชาที่ควรจะได้รับการปฏิบัติจากข้าพเจ้าโดยเท่าเทียมกัน แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ทำ

4.ข้าพเจ้าขาดธรรมาภิบาล ในการมหาวิทยาลัยข้าพเจ้าคำนึงถึงเพียงแต่ประโยชน์ที่ข้าพเจ้าและพรรคพวกได้รับเท่านั้น โดยไม่สนใจ กฎหมายหรือระเบียบ ข้อบังคับ กำหนดว่าอย่างไร

5.ข้าพเจ้าขาดคุณธรรม ในการที่จะส่งเสริมคนดีให้มาเป็นผู้บริหาร แต่จะเอาเด็กที่ใกล้ชิดมาดีกว่า ส่วนจะข้ามหัวใครข้าพเจ้าไม่สนใจ จนทำให้เกิดความวุ่นวายกันทั้งมหาวิทยาลัย

6.ข้าพเจ้าให้ผลประโยชน์ตอบแทนกรรมการ เพื่อให้เลือกคนที่ข้าพเจ้าต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องและชอบธรรม

7.ข้าพเจ้าต้องการจะมีอำนาจในการจะแสวงหาผลประโยชน์ อีกวาระหนึ่งจึงต้องทำทุกวิธี เพื่อให้เด็กของข้าพเจ้าได้เป็นหุ่นเชิด

8.ข้าพเจ้าต้องการจะเข้ามาเพื่อปกปิดความผิดที่ข้าพเจ้าเคยได้กระทำไว้เช่นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้างอาคารต่างๆ

9.ข้าพเจ้าต้องการให้ประชาคมแตกความสามัคคี อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนซึ่งก็ประสบความสำเร็จแล้ว

10.ข้าพเจ้าต้องการให้กรรมการสภาเสียงข้างมาก ที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ติดคุกพร้อมข้าพเจ้า ถ้าหากการสรรหาอธิการบดีเกิดความผิดพลาดและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

  11.ข้าพเจ้า ไว้วางใจและเชื่อฝีมือว่าเก่งมากที่สุดในทุกๆด้านคือคุณปอสิต

12.ข้าพเข้าต้องการทำลายอนาคตของคุณปอสิต ให้สิ้นสุดลงเพราะความอยากได้ใคร่ใหญ่ ไม่รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร

13.ข้าพเจ้าขอรับสารภาพว่าข้าพเจ้าไม่มีความรู้ทางการบริหารมหาวิทยาลัยเลย เพราะที่ผ่านมาก็ได้คุณปอสิตเท่านั้นที่ช่วยคิดและช่วยทำแทนมาตลอด

14.ข้าพเจ้าขอรับสารภาพว่าข้าพเจ้าเป็นคนขี้ขลาดไม่กล้าแม้แต่จะบอกคุณปอสิตว่าพอแล้วนะ  ลาออกเถอะหนู สละสิทธิ เถอะหนู

 ดังนั้นเมื่อประชาคมได้เห็นประวัติท่านครกแล้ว คิดว่าท่านครกยังจะกล้าแบกหน้ามาเดินในมหาวิทยาลัยให้ประชาคมได้เห็นอีกหรือ แต่ถ้ายังมาอีกก็ต้องถือว่า “อย่างหนาห้าห่วงจริงๆ”

แต่ถ้าท่านครกคิดว่าไม่จริงท่านครกต้องพูดกับคุณปอสิตให้ถอยแล้วให้สภา ได้สรรหาอธิการบดีเสียใหม่และแต่งตั้ง ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีคนใหม่ให้ถูกต้องชอบธรรม ก่อนเรื่องจะถึง ปปช.หรือศาลอาญาทุจริตและประพฤติชอบ ซึ่งจะพากันเดือดร้อนกันถึงขั้นติดคุกและอาจมีการยึดทรัพย์สิน(ถ้ามี)

จึงอยากขอร้องวิงวอนได้โปรดแก้ไขประวัติส่วนตัวในข้อ14.ที่สามารถแก้ไขได้ให้ดีขึ้นก่อนที่จะพากันติดคุกทั้งโขยง 

เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน

…..

Leave a Reply

Your email address will not be published.