จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (การสืบทอดอำจาจ)

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม  พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (การสืบทอดอำจาจ)

7

เรื่องการสืบทอดอำนาจ ผู้สันทัดกรณีได้เสริมมาว่า “แผนการสืบทอดอำนาจของ ท่านสมโม ท่านครกและคุณปอสิตแล้ว ต้องขอชื่นชมว่า เป็นแผนการที่ล้ำลึกสุดยอดจริงๆ ถ้าทำได้ตามแผน  ก็สามารถสืบทอดอำนาจ ได้อย่างน้อย 28 ปี เพราะท่านครก เป็นอธิการบดี มาแล้ว 8 ปี คุณปอสิต เป็นคั่นเวลา4ปี ท่านครกเป็นอีก8ปี จึงปล่อยให้คุณปอสิต อีก 8 ปี รวมเบ็ดเสร็จ 28 ปีพอดี โดยคิดว่าประชาคม ไม่มีฉลาดและรู้เท่าทันในแผนการในฝันนี้

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความฝันของทั้งสามคน พังคลืนลงมาทันทีเมื่อตื่นขึ้นมาเพราะว่า

1.ประชาคมรู้ทันแผนการอันชั่วร้ายนี้ไม่ยอมให้ท่านโสมมและท่านครก ทำการได้สำเร็จ

2.ถ้าคุณปอสิตได้เป็นอธิการบดีสัก 1วาระ ท่านครก คิดว่า คุณปอสิต จะไม่ยอมให้ท่านครก ได้เป็นอธิการบดีอีกหรือ ? จึงอยากให้ท่านครก ได้อ่านประวัติของนางเจียงจิง สักนิด

3.คุณปอสิต ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการแต่งตรั้งเป็นอธิการบดี เพราะการสรรหาไม่ชอบด้วยกฎหมายและเรื่ออยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลปกครองซึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี

3.หากมีการสรรหาใหม่ คุณปอสิต ก็จะไม่มีสิทธิที่จะได้รับการสรรหาเพราะคดีอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองอยู่

4.หากผู้เสียหายนำเรื่องไปฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ จะทำให้ท่านสมโม ท่านครกและคุณปอสิต ต้องตกเป็นจำเลยและต้องต่อสู้คดี อาจจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีเช่นกัน หากแพ้คดี จะต้องถูกจำคุกกันทุกคน

จึงขอเตือนคุณปอสิตด้วยความหวังดีว่าคุณปอสิต ควรเป็นรักษาราชการแทนอธิการอธิการบดี เพียง180 วันเท่านั้น แล้วลงจากตำแหน่งและขอสละสิทธิ์การที่ได้รับการสรรหาเป็นอธิการบดีเสีย มิเช่นนั้น คุณจะได้รับผลดังนี้

1.คุณจะหมดสิทธิที่ได้เป็นอธิการบดีตลอดชีวิต

2.ถูกลงโทษทางวินัย ให้ปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ

3.จะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง

4.ถูกดำเนินคดีอาญาถึงขั้นถูกจำคุก

” ไม่เชื่อแต่ก็อย่าลบหลู่ “

มีเสียงกล่าวว่า “ที่สารขัณฑ์ก็เพิ่งมาหนักหนาสากรรจ์สมัยนางแต้ม (ผู้ผูกขาดอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด) ที่ผ่านมายังไม่มีผู้บริหารคนไหนเขาบ้าอำนาจขนาดนี้ การได้มาของผู้บริหารแต่ละระดับก็ไม่สนใจเรื่องคะแนนของประชาคม ขึ้นอยู่กับคนๆเดียวว่าจะสั่งการให้เลือกใคร จะมีเฉพาะผู้แทนคณาจารย์ และประธานสภาคณาจารย์ที่คณาจารย์และบุคลากรมีสิทธิ์มีเสียงบ้าง คงจะอยู่กันแบบนี้ไปอีกนาน จนกว่านางจะมีอันเป็นไป

และผู้สันทัดกรณีได้ตอบเสียงนั้นว่า “ที่มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์เปรียบเสมือน รถยนต์วิ่งเข้าไปในซอยแคบๆซึ่งปลายซอยเป็นประตูเรือนจำ ทั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยและนางแต้ม นั่งอยู่ในรถ จะถอยหลังก็ไม่ได้เพราะมี อาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยคอยดักดำเนินคดี จะกลับรถก็ไม่ได้ ครั้นจะลงจากรถ ก็ลงไม่ได้เพราะเปิดประตูรถไม่ได้ ครั้นจะปีนลงทางหน้าต่างก็ลงไม่ได้ เพราะที่มันแคบมาก ตอนนี้ทุกคนก็รอให้ศาลพิพากษาให้จำคุก รถก็จะเคลื่อนไปข้างหน้าและเข้าเรือนจำกันทุกคน

ดังนั้นการที่นางแต้มและสภา ทำเป็นเฉยๆไม่ใช่เขาไม่กลัวหรือไม่ทุกข์ร้อน ความจริงเขาทำอะไรไม่ได้ จะเข้าคุกเลยก็ไม่ได้ต้องรอศาลตัดสินก่อน ถอยหลังก็ไม่ได้ลงจากรถก็ไม่ได้ นับว่าเป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัส หรือเรียกว่าตกนรกทั้งเป็นก็ได้

จึงอยากเตือนคุณปอสิตอย่านั่งรถเข้าซอยเหมือนนางแต้มเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากเป็นคนวิกลจริต เหมือนนางแต้ม ปล่อยให้นางแต้มเป็นคนเดียวพอ เพราะนางแต้มแก่แล้ว อีกหน่อยก็เข้าคุกแล้ว

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.