จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (สัญญาณอันตราย 2)

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม  พ.ศ. 2564

จิปาถะ เรื่องสั้น อีเถื่อน (สัญญาณอันตราย 2)

6

สรุปสำหรับข้อ 1 คือ ถ้าท่านปล่อยให้ผู้สูงวัยเข้ามาบริหาร โอกาสที่ท่านจะเติบโตเหลือแค่ศูนย์

ยิ่งถ้าท่านมีความคิดเห็นต่าง ยิ่งลำบาก

2.สำหรับผู้เกษียณอายุราชการหรือผู้สูงวัยทั่วไป “ที่เป็นคนดี” มีความรู้ความสามารถ ตำแหน่งที่เหมาะสมน่าจะเป็นกรรมการสภาฯ หรืออาจารย์พิเศษ เท่านั้น ไม่ควรดำรงตำแหน่งผู้บริหารที่ให้คุณให้โทษกับพนักงาน กรณีนี้ก็รวมไปถึงตำแหน่งอธิการบดีด้วย  นอกจากจะเป็นคนดีจริงๆเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนจะหายากมาก เหมือนเหรียญกษาปณ์ ปีที่ผลิตน้อยจะหายาก และราคาสูง

อีกประการหนึ่ง บุคลากรในมหาวิทยาลัย ล้วนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นผู้บริหารได้ และไม่ต้องเสียเงินงบประมาณเพิ่มด้วย  เพราะพวกนี้มีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้พนักงานสามารถเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามปกติ คือ เมื่อทำงานรับใช้ชาติบ้านเมือง เจริญก้าวหน้ามาพอสมควรแล้ว ก็ควรกลับไปพักผ่อนกับครอบครัวไม่ใช่มาแย่งงานเด็กรุ่งหลัง  ที่สำคัญมากก็เพื่อให้ผู้สูงวัยได้เรียนรู้กับคำว่า “พอได้แล้ว” ด้วย

ฉันว่ามาเสียยืดยาว ประเด็นสำคัญที่ฉันอยากจะบอกแกก็คือ กรณีมหาวิทยาลัยกำแพงมณีนั้น ท่านสมโม นายกสภาฯ และท่านสุวา หรือชื่อเล่นว่า “ครก” อดีตอธิการบดี วางแผนร่วมกันปูทางเพื่อให้ท่านสมโม เป็นนายกสภาฯแบบต่อเนื่องยาวนาน และท่านครก จะกลับมาเป็นอธิการบดีอีกครั้งหลังจากคุณ ปอสิต ครบวาระ โดยการแต่งตั้งบุคคลภายนอกที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งก็คือพวกพ้อง เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารเพื่อเป็นฐานคะแนนเสียง  ซึ่งสภาก็อนุมัติไปแล้วหนึ่งคน อีกทั้งมีแนวโน้มว่าจะแต่งตั้งให้ท่าน ครก มาเป็นรองบริหาร เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้คุณปอสิต “มือใหม่หัดขับ” และควบคุมกันคุณปอสิตเบี้ยว แบบสารขัณฑ์ คือ เมื่อครบวาระแล้วเกิดอยากเป็นต่ออีกจะยุ่ง  ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนของแผนการร้ายเพื่อการสืบทอดอำนาจในลักษณะครอบครัวเดียวกัน ที่จะพัฒนาไปสู่การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบต่อไป ซึ่งเท่ากับเข้าเทคโอเวอร์มหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย  แบบเดียวกับมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแถวซังฮี้ ที่มีอธิการรู้สึกว่าจะชื่อ คุณสิราบ และลูกหลานพวกพ้อง ผูกขาดตลอดกาล

ถ้าท่านไม่เชื่อเรื่องนี้ก็ลองสังเกตดูซิครับว่า  กรรมการสภาส่วนใหญ่ไม่เป็นพวกอดีตอธิการก็เป็นพวกนายกสภาฯ ตำแหน่งบริหารก็จะมีแต่พวกของตน พนักงานที่บรรจุแต่งตั้งเข้ามาใหม่ก็ล้วนแต่เป็นเครือญาติแทบทั้งสิ้น

แต่ฉันเข้าใจว่าเรื่องนี้ประชาคมชาวกำแพงมณี เขารู้และเข้าใจเรื่องดีแล้ว  พวกเขาจึงพากันออกมาประท้วง เขียนป้ายต่อต้าน วางพวกหรีดให้กับกรรมการสภาและผู้บริหาร และประสานใจกันอย่างเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียว  เพราะฉันคิดแบบเดียวกับพวกเขาเหล่านั้น คือ เรื่องนี้จะยอมไม่ได้ “เป็นเด็ดขาด” เป็นไงเป็นกัน”  มีนา จัน สรุป

“แล้วข้อดีละ”  คม หักศอก ทวงถาม

“อ๋อ ฉันยังไม่เห็นข้อดีเลย  ใครเห็นก็ว่ามา” 555

Leave a Reply

Your email address will not be published.