จิปาถะ : บทความเรื่อง การคัดค้านคณะกรรมการสอบสวน

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 (กรอบบ่าย)

จิปาถะ : บทความเรื่อง การคัดค้านคณะกรรมการสอบสวน

ตอนที่ผมยังไม่เกษียณอายุราชการ ผมถูกกรมฯตั้งกรรมการสอบเพื่อเอาผิด 2 ครั้ง กรรมการสอบเป็นนิติกรจากส่วนกลาง ผมจึงได้รับความเป็นธรรมตามสมควร และทั้ง 2 ครั้งไม่ปรากฏการกระทำความผิด

แต่ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นนิติบุคลและเป็นส่วนราชการ มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด  จึงสามารถตั้งกรรมการสอบสวนผู้ใต้บับคับบัญชาได้อย่างอิสระ และเมื่อเร็วๆนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง น.ส. มนัญญา  สง่ากลาง  ผู้ถูกกล่าวหา

คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ประกอบด้วย รศ.ดร. ปรีชา  ปาโนรัมย์ เป็นประธาน และผศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษย์ฯ ผศ.ดร สราวุฒิ แก้วศรี นางยุพิน คำใจ เป็นกรรมการและนายณัฐพงศ์ เรืองชาย เป็นกรรมการและเลขานุการ

และเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหา เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีกรรมการ 2 ท่าน คือ รศ.ดร. ปรีชา  ปาโนรัมย์ ประธาน และ ผศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม กรรมการ มีข้อมูลปรากฏชัดแจ้งว่าเป็นบุคคลที่มีสาเหตุโกรธเคืองกันกับผู้ถูกกล่าวหา กล่าวคือ บุคคลทั้งสองได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทผู้ถูกกล่าวหา ด้วยการโฆษณา  ซึ่งสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ได้สั่งไม่ฟ้องไปแล้ว

ดังนั้น ผู้ถูกกล่าวหา จึงทำหนังสือถึงรักษาการอธิการบดี ขอใช้สิทธิคัดค้านตาม กฎ ก.พ.ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ข้อ 8  “ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน” ตาม ข้อ (3) มีสาเหตุโกรธเคืองผู้ถูกกล่าวหา 

นอกจากนั้น ผู้ถูกกล่าวหา ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานสอบสวน มีเจตนาให้ ผู้ถูกกล่าวหา ต้องรับโทษทางอาญา

เป็นอันว่า ตอนนี้การสอบหาข้อเท็จจริง  น.ส. มนัญญา  สง่ากลาง  ผู้ถูกกล่าวหา  ยังไม่ได้ดำเนินการ

ส่วนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ ผู้ถูกกล่าวหา ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ รศ.ดร. ปรีชา ปาโนรัมย์ คณบดีคณะการจัดการ และ ผศ.ดร.อัครพนท์ เนื้อไม้หอม คณบดีคณะมนุษย์ฯ ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวน

อย่างนี้โบราณเขาเรียกว่า “เหาไม่มีหาเหาใส่หัว  เรื่องไม่มีหาเรื่องใส่ตัว” ความวิบัติได้เกิดขึ้นแล้ว ขอเตือนว่า เวลาท่านไปรายงานตัวที่โรงพัก  ท่านเปลี่ยนสถานภาพจาก “คณบดี” เป็น “ผู้ต้องหา”แล้วนะครับ จะต้องมีหลักทรัพย์ประกันตัว นอกเสียจากว่า พนักงานสอบสวนปล่อยตัว โดยไม่ควบคุมตัวไว้  แต่ก็ต้องไปรายงานตัว แล้วอย่าทำอะไรที่เป็นเรื่องผิดกฏหมายอีกเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะไม่มีโอกาสได้ประกันตัวอีก  “เข้าหอ้งขังอย่างเดียว” คิดในแง่ดีก็ได้ มันเป็นการเพิ่มประสบการณ์ ครับผม

Leave a Reply

Your email address will not be published.