“จดหมายเหตุมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 63” (อาจารย์ ร้องทุกข์กล่าวโทษ)

“จดหมายเหตุมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 63” (อาจารย์ ร้องทุกข์กล่าวโทษ)

5

พาดหัวข่าว : อาจารย์ ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ ร้องทุกข์กล่าวโทษนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภาฯลงมติเลือกอธิการบดีไม่ชอบด้วยกฏหมาย

หัวข่าว : อาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเมือบุรีรัมย์ ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภา ผู้แทนคณาจารย์ และอธิการบดี ลงมติเลือกอธิการบดีไม่ชอบด้วยกฏหมาย หลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินแล้ว อายุเกิน 60 ปี นั่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยไม่ได้

รายละเอียดของข่าว : วันนี้ (30 ส.ค.61) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปัญญา เจริญพจน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และกรรมการสภา ได้ดำเนินการจัดประชุมสภามหาวิทยาลัย แล้วลงมติเพื่อเลือก นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา ให้เป็นอธิการบดี ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เนื่องจาก นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา เป็นบุคคลที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์แล้ว ทั้งนี้ เพราะการแต่งตั้งอธิการบดี ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 นั้น กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภา ต้องดำเนินการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 29 ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว และตำแหน่งอธิการบดีเป็นตำแหน่งตามมาตรา 18 (ข) (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และต้องไม่เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 โดยมาตรา 19 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน กำหนดให้ข้าราชการที่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติดังกล่าว อันเป็นพ้นจากราชการเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561

การที่ นายกสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัย มีมติให้ นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งนี้เพราะ สภามหาวิทยาลัย มีอำนาจในการจัดทำระเบียบข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ว่าด้วย การสรรหาอธิการบดีให้ถูกต้องตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 และ พ.ศ. 2551 และต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 แต่กรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง

ทั้งยัง มีการดำเนินการอันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้การสรรหาอธิการบดี ให้ นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา ขณะดำรงตำแหน่งสมัยที่ 1 ในปี 2556-2559 ซึ่งมีอายุเกษียณ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้ง นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา แทนที่จะสำนึกถึงความถูกต้อง กลับไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ซึ่งหากปฏิบัติตามจะทำให้ตนเสียประโยชน์

พฤติกรรมดังกล่าว จึงเป็นความจงใจ ในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่อให้ถึงการละเว้นหน้าที่ ให้ นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา ได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีอีกสมัยหนึ่ง กล่าวคือ นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา ได้ดำเนินการสรรหานายกสภา กรรมกาสภา คนเดิมๆ เข้าสู่ตำแหน่ง ดังนั้น นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา ผู้ผ่านการสรรหาในครั้งนี้ จึงเป็นผลจากการสรรหานายกสภา กรรมการสภา เพื่อมาเลือก นางสาวมาลิณี จุโฑปะมา ให้ได้เป็นอธิการบดีอีกสมัยหนึ่ง โดยละเลยต่อกติกาแห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฎ พ.ศ. 2547

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปัญญา กล่าวว่า ตนเป็นเพียงผู้เดียวที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ผ่านขั้นตอนการสรรหา จนถึงขั้นตอนสุดท้าย แต่ไม่ได้รับการเสนอชื่อ จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง จึงขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฏหมายกับบุคคลที่ลงมติเลือกอธิการบดี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ประกอบด้วย นายกสภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภา กรรมการสภา ผู้แทนคณาจารย์ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย และประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ รวมถึงผู้ได้รับการคัดเลือกอธิการบดี

พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังรับแจ้งไว้แล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะตรวจดูเอกสารว่าเป็นเรื่องอะไร ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร และมีความผิดตามข้อกฎหมาย มาตราใด พระราชบัญญัติใดบ้าง ซึ่งเบื้องต้นยังทราบยังไม่ทราบรายละเอียด และยังไม่สอบคำให้การจากผู้ร้อง หลังจากนี้จะศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายก่อน จะเรียกผู้ร้องมาให้การอีครั้งหนึ่ง โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

…….

เรื่องและภาพ : สยามรัฐออนไลน์  30 สิงหาคม 2561 14:05 น.(สืบค้นเมื่อ 3 ตค.63)

Leave a Reply

Your email address will not be published.