เรื่องสั้น อิงสถานการณ์ (ยาแรง)

เรื่องสั้น อิงสถานการณ์ (ยาแรง)


27
มีนา จัน บอกว่า เรื่องที่นางแต้มและกรรมการสภาฯ มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ไม่สนใจคำพิพากษาของศาลปกครอง และคำวินิจฉัยของศาลกครองสูงสุด เป็นเรื่องที่รู้สึกงงมาก ไม่อยากเชื่อ หรือว่านางและพวกพ้องอยากหาประสบการณ์ในคุก ซึ่งเป็นเหตุให้นางและกรรมการสภาฯ กล้าละเมิดอำนาจศาล หรือนางไม่รู้ว่า ศาลนั้น พิพากษาคดีและวินิจฉัยคดีในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์* ฉะนั้น นางแต้มก็ดี
กรรมการสภาฯก็ดี ใหญ่โตหรือเก่งกาจมาจากไหนกันนะ ถึงไม่สนใจเรื่องนี้ เด็กชั้นประถมยังรู้เลย แต่นางแต้มและ
กรรมการสภาฯไม่รู้ สงสัยเป็นพวกเอเลี่ยน แต่ไม่ใช่หรอก เป็นพวก”อีบ้า”มากกว่า
จากพฤติกรรมหลายๆอย่างของนางแต้ม รักษาอธิการบดี(เถื่อน) มาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปริญญาบัตร หรือ บิลบอร์ด รวมทั้งเรื่องละเมิดอำนาจศาล แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นางแต้มนั้น “ไม่มีใจ”
ในสมัยกรุงธนบุรี พ.ศ. 2332 เจ้าเมืองนางรองมีใจออกห่าง ร่วมกับเจ้าโอ เจ้าอิน เมืองจำปาศักดิ์คิดกบฏ พระเจ้าตากสินมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาจักรี (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) ยกทัพมาปราบ ข่าวกองทัพเจ้าพระยาจักรี กำลังจะเดินทางมาถึง เจ้าเมืองนางรอง รู้ดีว่าข้อหากบฏ โทษสถานเดียวคือ “ตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร”** จึงอยู่เพื่อรอรับโทษแต่ผู้เดียว โดยหวังว่าวงศ์ตระกูลจะได้รับการอภัยโทษ เมื่อกองทัพเจ้าพระยาจักรีเดินทางมาถึง จึงสำเร็จโทษเจ้าเมืองนางรองที่ริมหนองน้ำ ปัจจุบันเรียกกันว่า “ท่าลาว” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของโรงเรียนนางรอง (สังขกฤษณ์อนุสรณ์) ส่วนวงศ์ตระกูลจะได้รับการอภัยโทษหรือไม่ ประวัติศาสตร์ไม่ได้บอก ถ้าท่านผ่านไป อำเภอนางรอง ลองแวะดูซิครับ ไม่มีอะไรหรอก แต่อาจจะเป็นเครื่องเตือนใจได้ว่า “พระมหากษัตริย์นั้น คือองค์พระประมุข เป็นจอมทัพ ใครจะละเมิดมิได้”

*พระปรมาภิไธย (พระ+ปรม+อภิไธย แปลว่า ชื่ออันประเสริฐยิ่ง) หมายถึง พระนามของพระมหากษัตริย์ราชเจ้า ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ หลังจากที่ได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว
**ตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร คือตัดหัว1.นักโทษและเมีย 2.ลูก 3.หลาน 4.เหลน 5.พ่อแม่ 6.ปู่ย่าตายาย 7.ทวด ซึ่งก็เกือบหมดวงศ์ตระกูล

Leave a Reply

Your email address will not be published.