เรื่องสั้น สัพเพเหระ(ดีไม่จริง)

เรื่องสั้น สัพเพเหระ(ดีไม่จริง)

7

วันนี้กลับมาเล่าเรื่อง “มหิษมรรทินี เทวี ปราบควายอสูร” ต่อดีกว่า หลังจากอรัมภะอสูรและนางควายมหิษมตีร่วมหอลงโรงกันแล้ว ทั้งคู่ก็พากันเดินทางกลับโลกบาดาลเพื่อเลี้ยงดูกันต่อไป แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างนั้น ปรากฏว่าระหว่างทางใกล้ถึงเมืองบาดาล มีควายเปลี่ยวตัวหนึ่งผ่านมาเห็นนางควายมหิษมตีเข้าก็เกิดรักใคร จึงเกิดการต่อสู้เพื่อแย่งชิงนางควายระหว่างควายเปลี่ยวและรัมภะอสูร ปรากฏว่า รัมภะอสูรสู้ไม่ได้ ถูกควายเปลี่ยวฆ่าตาย นางควายเห็นดังนั้นก็วิ่งหนี ควายเปลี่ยวก็วิ่งไล่ตามไปอย่างกระชั้งชิด เมื่อเข้าไปใกล้ประตูเมือง พวกอสูรเห็นนางควายหนีมาและรู้ว่านางเป็นภรรยาของเจ้านายตนจึงออกมาช่วยกันและฆ่าควายเปลี่ยวตาย

จากนั้นบริวารของรัมภะอสูร ก็ทำพิธีฌาปนกิจศพของรัมภะ เจ้านายของตน ส่วนนางควายมหิษมตี รู้สึกหว้าเหว่โดดเดี่ยวที่นางเสียสามีไป และด้วยความซื่อสัตย์ต่อสามีนางจึงถวายตนให้แก่เทพอัคคี เดินเข้ากองไฟเผาตัวตาย

ถึงตรงนี้ก็อดคิดถึงนางแต้มไม่ได้ นางมักจะพูดเสมอๆในหลายวาระและหลายแห่งว่า “ฉันข้ามารับตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ตามหลักเกณฑ์ถูกต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความวิริยะอุตสาหะและซื่อสัตย์สุจริต อุทิศตนให้แก่มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์อย่างสุดหัวใจ”

“ไม่จริงมั้ง”ผมแย้ง

“รับรอง 1,000 เปอร์เซ็น”นางยืนยัน

“อย่างนั้นก็ลองพิสูจน์ด้วยการกระโดดเข้ากองไฟดูซิ”

“บ้าไปแล้ว ! ขืนโดดเข้ากองไฟก็ตายนะซิ”

“จะไปกลัวอะไร ดังคำสุภาษิตไทยที่ว่า “คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ถ้าเธอเป็นคนดีจริง ก็จะไม่เป็นอะไร”

“ดีจริงหรือไม่จริงก็เรื่องของฉัน และไม่บ้ากับเธอด้วยหร๊อก”

…..

Leave a Reply

Your email address will not be published.