จิปาถะ เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง)

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม  2564

จิปาถะ  เรื่องสั้น โจรปล้มเงินเดือน (ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง)

18

ข่าว : คดี “ดิสธร วัชโรทัย” ถูกพิพากษาจำคุก 5 ปี ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ-แจ้งความเท็จ-ฉ้อโกง แต่สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน อัยการโจทก์ไม่อุทธรณ์ ย้อนอดีตก่อนหน้าเคยถูกไล่ออกจากราชการ-เรียกคืนเครื่องราช ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

มีรายละเอียดของข่าวโดยสรุป ดังนี้  เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 61 ศาลอาญา มีคำพิพากษาจำคุก นายดิสธร วัชโรทัย อดีตข้าราชการประจำสำนักพระราชวัง เป็นระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน จากความผิดในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ร่วมกันแจ้งข้อความเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือ ประชาชนเสียหาย และร่วมกันฉ้อโกงอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 , 157 341 ประกอบมาตรา 83 ตามคำฟ้องของ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.60 สำนักพระราชวัง ได้มีคำสั่งลงโทษไล่ออก “นายดิสธร วัชโรทัย” ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ออกจากราชการเนื่องจาก “กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง” หลายกรณี กรณีหนึ่ง คือ

นายดิสธร ได้นำดินที่ขุดทิ้งจากโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ขอรับบริจาคจากสภาสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจการของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ แต่ นายดิสธร กลับนำดินดังกล่าวไปขายให้แก่โครงการหมู่บ้านจัดสรรและยังนำดินส่วนหนึ่งไปถมในพื้นที่ของครอบครัวตนเอง ซึ่งมิได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับบริจาค พฤติกรรมดังกล่าวของ นายดิสธร เป็นการกระทำผิดราชสวัสดิ์ และเป็นความผิดวินัยฐาน กระทำการอันได้ชื่อว่า”เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” จึงเห็นสมควรได้รับโทษไล่ออกจากราชการและเรียกคืน”เครื่องราชอิสริยาภรณ์” ด้วย ( https://mgronline.com/politics/detail/9620000022949)

ที่ผมนำเสนอข่าวนี้ก็เพราะ นางแต้ม รักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายและสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ กระทำความผิดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับคดีที่กล่าวมา คือ “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ร่วมกันแจ้งข้อความเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือ ประชาชนเสียหาย และร่วมกันฉ้อโกงอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 , 157 341 ประกอบมาตรา 83 ตามคำฟ้องของพนักงานมหาวิทยาลัยฯ

นอกจากนั้น นางแต้ม รักษาการอธิการบดี ที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ยังได้นำดินที่ขุดจากโครงการก่อสร้างปี 63 ของมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ หลายโครงการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการ บรรทุกรถออกไปจากมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ทราบว่านำไปไหน (เขาว่ามีดินตกหล่นอยู่ตามที่ชาวบ้านด้วย) หากเป็นจริง ก็จะเข้าข่ายความผิดเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเช่นกัน และ”เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์” ด้วย

….

Leave a Reply

Your email address will not be published.