จิปาถะ เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (แต้มสุชี๋ 157)

จิปาถะ  เรื่องสั้น โจรขโมยเงินเดือน (แต้มสุชี๋ 157)

4

เมื่อหลายวันมาแล้ว  ผมได้นำเรื่องของนางแต้ม รักษาการอธิการบดีเถื่อนที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย มหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤต จะติดคุกติดตะรางในเร็ววันนี้ เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ “ไททานิก” เรือโดยสารที่จมลงในมหาสมุทรแอตแลนติก เนื่องจากชนกับภูเขาน้ำแข็ง ทำให้ผู้โดยสารหมดทางหนีและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  เพื่อชี้ให้เห็นว่า นางแต้ม นายกสภาฯ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ โดนฟ้อง คดี 157 กำลังหมดทางหนีเหมือนกัน และจะพากัน(จม)ติดคุกเป็นระนาวกว่า 30 คน  

วันนี้จึงอยากจะพาท่านมารู้จักกับ เรือไททานิก ซึ่งได้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาสร้างเป็นภาพยนต์ประเภทความรักและภัยพิบัติ ฉายเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว  เป็นภาพยนต์ที่ผมเคยดู แต่จำอะไรไม่ได้เลย นอกจากชื่อพระเอก คือ แจ็ก ดอว์สัน ที่จำได้เพราะเขาพูดเล่นๆกันว่า “แกดอสั้น”

ไททานิก หรือ อาร์ เอ็ม เอส ไททานิค เป็นเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่จมลงในมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อวันที่  15  เมษายน  1912  หลังจากชนภูเขาน้ำแข็ง ระหว่างการเดินทางจากเมืองเซาท์แทมป์ตัน สหราชอาณาจักร ไปยังนครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

ความจริงได้มีลางบอกเหตุก่อนหน้านั้นแล้ว  คือ ช่วงก่อนหน้าที่เรือจะออกเดินทาง ได้เกิดไฟไหม้บริเวณส่วนเก็บถ่านหิน และไฟยังไหม้ต่อเนื่องตลอดการเดินทาง ส่งผลให้ผนังกั้นนํ้าชั้นที่ 4 ก่อนถึงห้องเครื่อง และ ส่วนที่เก็บถ่านหินร้อนมาก จนผนังกั้นนํ้า ซึ่งเป็นเหล็กร้อนแดงจนบิดงอ และเมื่อน้ำทะเลทะลักเข้ามาจึงไม่สามารถทนทานได้ การจมของเรือไททานิคทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตถึง 1,514  คน มีผู้รอดชีวิตเพียง 710 คน เท่านั้น

เมื่อนำเหตุการณ์นี้มาเปรียบเทียบกับเรื่องของนางแต้ม รักษาการอธิการบดีที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายของมหาวิทยาลัยสารขัณฑ์ จะมีลักษณะคล้ายคลึงกันดังนี้

สมมุติการบริหารงานของนางแต้ม เป็นเรือ ชื่อ “แต้มสุชี๋ 157”  เรือเริ่มออกเดินทางเมื่อปี พ.ศ. 2556  โดยมีนางแต้มเป็นกัปตันเรือ เมื่อเริ่มออกเดินทางก็โดนพายุกระหน่ำ เนื่องจากนางแต้มต้องการสร้างผลงานให้ประจักษ์โดยเร็ว  โดยการเรียกครูบาอาจารย์ที่ไปช่วยราชการที่มหาวิทยาลัยอื่นทั้งหมดกลับเพื่อทำแต้ม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นเหตุให้เกิดความร้าวฉานขึ้นในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับไททานิก ซึ่งเกิดไฟไหม้ก่อนการเดินทางและไหม้ต่อเนื่อง  จึงถือได้ว่ามีในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน

และเนื่องจากความโหดของนางแต้ม จึงทำให้คณาจารย์พากันต่อต้าน เช่น ติดป้ายประท้วงกล่าวหาว่านางขาดธรรมาภิบาล หรือทำหนังสือร้องเรียนสภาฯเพื่อให้นางหยุดปฏิบัติหน้าที่ การกระทำของคณาจารย์ดังกล่าวเหมือนการเอาน้ำร้อนมาสาดนางเล่น ทำให้นางรำคาญ และโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ  จึงทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดศัตรู ถึงแม้ว่าจะต้องทำเอกสารเท็จก็ตาม นางจึงฟ้อง 9 และ 7 อาจารย์  ด้วยคำสั่งรักษาการแทนอธิการบดีที่เป็นเอกสารเท็จ

การฟ้องร้องคณาจารย์ทั้ง 9 คน และ 7 คน นั้น แทนที่จะทำให้พวกนั้นซึ่งเปรียบเหมือนน้ำ

น้อยย่อมแพ้ไฟ  ซึ่งแทนที่จะร้อนและระเหยกลายเป็นไอหมดไป แต่กลับกลายเป็นความเย็นที่ทำให้ทั้ง 16 คนนั้น จับตัวกันเหนียวแน่นกลายเป็นภูเขาน้ำแข็ง และเมื่อวันที่ 27  กันยายน ที่ผ่านมา เรือ “แต้มสุชี๋ 157”  ก็ชนภูเขาน้ำแข็งเข้าอย่างจัง  หัวเรือจมดิ่งลง ท้ายเรือชี้เด่ เหมือนเรือไททานิก อย่างไงอย่างงัน

ผมเอาสองเรื่องมาเปรียบเทียบกัน อ่านทวนแล้วก็ไม่ค่อยจะเข้าท่าสักเท่าไร แต่ก็อยากจะเปรียบเทียบ เพราะทั้งสองเรื่องจบแตกต่างกันนิดหน่อย คือ ผู้โดยสารเรือไททานิก ตายบ้างรอดบ้าง ส่วนผู้โดยสารเรือ  “แต้ม สุชี๋ 157”  ติดคุกหมดไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว

……

Leave a Reply

Your email address will not be published.