จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์ (ปล่อยให้มันพังไป)

วันพุธที่  31  สิงหาคม  2565

จิปาถะ เรื่องสั้น เหตุเกิดที่สารขัณฑ์ (ปล่อยให้มันพังไป)

มีนา จัน ถามว่า “ที่แกว่าดวงชะตาของ ม.สารขัณฑ์จะถึงฆาตนั้น มีอะไรเป็นสัญญาณบอกเหตุอีกไหม?” “มีเยอะมาก จาระไนไม่ไหว พูดไปก็จะซ้ำเก่า “มีที่ไหน อธิการบดี คอยแต่จ้องจะฟ้องครูบาอาจารย์ และพนักงานฯ ที่เป็นฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งจ้องจับผิดเพื่อตั้งกรรมการสอบสวนหาทางไล่ออก เท่านั้นยังไม่พอ เสือกฟ้องนักศึกษาด้วย แบบนี้จะเรียนจะสอนกันอย่างไร  ต่อไปก็จะหาคนมาเรียนไม่ได้ เพราะตอนนี้ก็หาคนมาเรียนอยากอยู่แล้ว ฉะนั้นความตกต่ำจะเกิดขึ้น เพราะชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยนั้น ไม่ได้อยู่ที่ได้รางวัลเป็นโล่ เป็นถ้วยโถโอชา มากมายก่ายกอง และป้ายแสดงความยินดี แต่ต้องอยู่ที่ผลผลิตของมหาลัย ซึ่งในอดีตปรากฏว่านักศึกษาที่จบจาก ม.ของเราประสบความสำเร็จในอาชีพการงานและมีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้ หายนะหรือความฉิบหาย กำลังจะเกิดขึ้น

ลองคิดดูซิ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว กว่าเจ้าเมืองของเราจะใช้ความรู้ความสามารถโน้นน้าว ชี้แจงแสดงเหตุผลให้กรมการฝึกหัดครูเห็นความสำคัญความเหมาะสมและความจำเป็นที่จะต้องตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่นี่ และเราก็มีมหาวิทยาลัยของเรา ที่เราภูมิใจมาก จากนั้นเราก็ได้ผู้บริหารที่ดี ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาสร้างความเจริญรุ่งเรืองและสร้างชื่อเสียง  จนเป็นที่ยอมรับ  ครูบาอาจารย์ก็อยู่กันอย่างมีความสุข เป็นน้องเป็นพี่กัน ไม่เคยมีเรื่อวทะเลาะเบาะแว้ง จะมีบ้างก็เป็นเพียงน้ำจิ้มที่เสริมความแข็งแกร่ง  แต่ตอนนี้มาดูซิครับ มีเรื่องให้เดือดร้อนกันไม่เว้นแต่ละวัน ขนาดสภามหาวิทยาลัยบางเรื่องยังต้องประชุมลับ ปิดไฟด้วยเปล่า

แต่ที่สำคัญประชาชนชาวสารขัณฑ์ไม่มีใครใส่ใจที่จะเข้ามาดูแลมหาวิทยาลัย  ส่วนเจ้าเมืองตัวจริงก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพราะเสือกเคยเป็นศิษย์เก่าที่นี่ ฉะนั้นจึงมีคำพูดที่เหมือนกับไม่รักจังหวัดของตัวเอง “ไม่อยากยุ่งเรื่องภายใน” ก็ปล่อยให้มันพังพินาจไป เอาสนามแข่งฟุตบอลไว้อย่างเดียวก็พอ

สำหรับทางด้านวิชาการไม่ต้อพูดถึงว่าจะตกต่ำขนาดไหน เพราะครูบาอาจารย์ ที่มีความรู้ความสามารถแต่เป็นนคนละพวก จะถูกขัดขวางไม่ให้เจริญก้าวหน้าทั้งด้านวิชาการและด้านบริหาร ส่วนพวกของตัวเองก็จะสนับสนุน จัดการให้ทั้งตำแหน่งบริหารและวิชาการ โดยไม่สนใจข้อกฏหมาย ข่าวว่ามี ดร. เก้ ด้วย แต่ไม่รู้ว่าใคร อย่าให้เหมือน ม.ตามพรลิงค์นะครับ ยุ่งตายห่า

วันนี้ ผศ.ดร.La Ph บอกว่า “ตามที่หลายๆท่านพูดว่า สถาบันอุดมศึกษาปัจจุบันกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของเหล่าขุนโจรที่คอยมาปล้นมหาวิทยาลัยในหลายรูปแบบ กรรมการสภาแต่ละคนก็ช่ำชองการปล้นมาจากหลายๆที่ พอมาประชุมกันทีก็ได้โอกาสแลกเปลี่ยนกลเม็ดกันอย่างสนุกมือ เขาไม่สนใจความเป็นอยู่ของคนในองค์กร แต่ตั้งใจมาปกป้องอธิการที่เลือกพวกตนเข้ามา และหาช่องทางดึงเอาผลประโยชน์ทุกด้านจากองค์กร โดยไม่เห็นใจเจ้าขององค์กรตัวจริง (น้องๆที่ยังไม่เกษียณ) แต่อย่างใด…น่ารันทดหดหู่ใจเหลือเกิน”

Leave a Reply

Your email address will not be published.