แหวกม่านหมอกที่พร่ามัว

เศียรพระพุทธรูปหินทราย  วัดมหาธาตุ  อยุธยา

แหวกม่านหมอกที่พร่ามัว
สู่ … นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาน : มรดกโลก

The Historic City of Ayutthaya : The World Heritage

รศ.วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ

หนังสือที่ระลึกฉลอง อยุธยามรดกโลก 2537 : 60 – 75

บทนำ
จะเนื่องด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เรื่องราวของนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับการยกย่องและขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( UNESCO ) ยังมิได้รับรู้กันอย่างแพร่หลายเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าจะได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองกันไปครั้งหนึ่งแล้วและจะมีการฉลองกันอีกเป็นครั้งที่สองในวันที่ 13 – 19 ธันวาคม 2537 ที่จะถึงนี้ก็ตาม
นอกจากจะมิได้รับรู้กันอย่างแพร่หลายแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้แก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเองในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ กรมศิลปากรในฐานะผู้รับผิดชอบด้านโบราณสถานของชาติ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมอันเป็นหน่วยงานร่วมรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในฐานะส่งเสริมการท่องเที่ยว ฯลฯ หน่วยงานเหล่านี้ยังได้สร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนชาวไทยทั่วไป โดยการประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจไขว้เขวไปว่า อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ต่างหากที่ได้รับการขึ้นบัญชี ส่วนอุทยานประวัติศาสตร์ฯ นั้น เป็นเพียงเนื้อที่ส่วนหนึ่งในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเท่านั้น
และเนื่องจากความสับสนที่เกิดขึ้นจากการได้รับข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไป รวมทั้งแผน แม่บท ฯ ที่ทำไว้ก่อนที่นครประวัติศาสตร์อยุธยาจะได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก ที่มุ่งเน้นเฉพาะการพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ ฯ เป็นส่วนใหญ่ จึงมิได้สนใจพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อื่นโดยรอบ จนเป็นเหตุให้มีการบุกรุกทำลายสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณสถานไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถรักษาความเป็นนครประวัติศาสตร์เอาไว้ได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้องค์การยูเนสโก ลบบัญชีรายชื่อออกไปจากมรดกโลกตามที่เป็นข่าวในสื่อมวลชนทั่วไปในขณะนี้
เพื่อความกระจ่างในบางจุด ผู้เขียนขอเสนอเรื่องราวของนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยามรดกโลก เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ดังนี้

Continue reading

Posted in อยุธยา (บทความ) | Comments Off

ราหูอมตะวัน : ภาพสะท้อนความดีงามของบรรพชน

ราหูอมตะวัน : ภาพสะท้อนความดีงามของบรรพชน

วันที่ 24 ตุลาคม 2538 ที่จะถึงนี้ จะมีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติปกติธรรมดาอย่างหนึ่ง คือ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่กล่าวกันว่าสำคัญและตื่นเต้นกันมากทั้งนักดาราศาสตร์และผู้ที่สนใจทั่วไปก็เพราะเป็นสุริยุปราคาที่เห็นเต็มดวงในประเทศไทย และแนวคราสจะพาดผ่านจังหวัดต่าง ๆ ถึง 11 จังหวัด ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ลพบุรี อุทัยธานี พิจิตร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสระแก้ว ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงนี้เกิดขึ้นให้เห็นในประเทศไทยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2498 และจะเกิดให้เห็นในประเทศไทยอีก หลังจากวันที่ 24 ตุลาคม 2538 ในอีก 75 ปีข้างหน้า
ปรากฏการณ์สุริยุปราคานั้น เกิดขึ้นจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก และโลกโคจรรอบดวง อาทิตย์ ถ้าดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์โคจรมาอยู่แนวเดียวกัน กล่าวคือ ถ้าดวงจันทร์อยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์เงาของดวงจันทร์จะทอดยาวมาบังบางส่วนของโลก ปรากฏการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นในเวลากลางวัน เรียกว่า สุริยุปราคา แต่ถ้าโลกอยู่กลางแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลก ทำให้เกิดเงาทอดยาวไปยังดวงจันทร์ อาจบังทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ ดวงจันทร์ก็จะมืดในช่วงเวลาที่อยู่ในเงาโลก ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในเวลากลางคืน เรียกว่า จันทรุปราคา
ในอดีต ปรากฏการณ์ทั้งสองอย่างนี้ คนไทยเรียกว่า จันทรคราสและสุริยคราส และเรียกจันทรคราสจนติดปากว่า ราหูอมจันทร์ ส่วนสุริยคราส หรือราหูอมพระอาทิตย์ไม่ค่อยมีใครเรียก

Continue reading

Posted in บทความ | Leave a comment

ราหูอมอาทิตย์หรือจันทร์

ราหูอมอาทิตย์หรือจันทร์
วารสารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา 2538 : 33 – 38

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า ดวงจันทร์นั้นโคจรรอบโลกในขณะเดียวกันทั้งโลกและดวงจันทร์ก้โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วย ถ้าดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่บนเส้นตรงเดียวกัน จะเกิดอุปราคาขึ้น กล่าวคือ ถ้าดวงจันทร์อยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์เงามืดของดวงจันทร์จะทอดยาวมาบังบางส่วนของโลก ปรากฏการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นในเวลากลางวัน เรียกว่า สุริยคราส หรือสุริยุปราคา แต่ถ้าโลกอยู่ตรงกลาง แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลก ทำให้เกิดเงาทอดยาวไปบังดวงจันทร์ อาจบังทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ ดวงจันทร์ก็จะมืดในช่วงเวลาที่อยู่ในเงาโลก ปรากฏการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นในเวลากลางคืน เรียกว่า จันทรคราสหรือจันทรุปราคา
จันทรุปราคานั้น คนไทยรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ราหูอมจันทร์ซึ่งเกิดจากความเชื่อที่ว่า ราหูซึ่งเป็นยักษ์จะคอยจับพระจันทร์กิน ฉะนั้นเมื่อเกิดราหูอมจันทร์ ชาวโลกก็จะคอยช่วยดวงจันทร์ โดยทำให้เกิดเสียงอึกทึกครึกโครม ตีเกราะเคาะไม้ ยิงปืนขึ้นท้องฟ้า เพื่อหวังว่าราหูจะได้ตกใจคายพระจันทร์ออกมาและหนีไปเสีย ยังสร้างความสนุกสนานทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่ได้พากันออกมาสร้างเสียงอึกทึกนั้น ๆ อีกด้วย

Continue reading

Posted in บทความ | Leave a comment

การปฏิบัติต่อศาสนสถานอย่างขาดความเคารพ

การปฏิบัติต่อศาสนสถานอย่างขาดความเคารพ
(Sacrllege)

ผสมโรง  สยามรัฐรายวัน  หน้าศิลปวัฒนธรรม  พุธที่  19  กุมภาพันธ์  2540

ตามที่กรมศิลปากร โดยสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่ 3  ซึ่งรับผิดชอบโบราณสถานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา   มีนายบวรเวท   รุ่งรุจี  เป็นผู้อำนวยการ  ได้อนุญาตให้บริษัท เอาด์เวิลด์โปรดักชั่น   จำกัด  ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยมีบริษัทซาลอนด์ ฟิล์ม ไทยแลนด์  จำกัด  ทำหน้าที่ประสานงาน   เข้าไปถ่ายทำภาพยนต์ เรื่อง มอร์ทัล  คอมแบท  ภาค 2  ในวัดพระศรีสรรเพชญ์   วัดมหาธาตุและวัดไชยวัฒนาราม  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   อันเป็นโบราณสถานล้ำค่าที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก   แต่ปรากฎว่าการถ่ายทำภาพยนตร์ดังกล่าวมีการเหยียบย่ำปีนป่าย   ใช้ไฟเผาและใช้ระเบิด   ทำให้ประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตื่นตกใจ   เกรงว่าโบราณสถานสำคัญจะถูกทำลาย   และได้ออกมาปกป้อง   เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดแย้งกันระหว่างฝ่ายที่อนุญาตและบริษัทผู้ประสานงานในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ที่เห็นว่าการถ่ายภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองไทย  เพิ่มรายได้ให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา   และไม่ทำให้โบราณสถานเสียหาย   กับอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลในพื้นที่  ที่เห็นว่าการอนุญาตให้บริษัทต่างชาติเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในโบราณสถานซึ่งเป็นศาสนสถานนั้น  เป็นการลบหลู่ดูหมิ่นศาสนา  ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติและจิตวิญญาณของประชาชน

Continue reading

Posted in อยุธยา (บทความ) | Leave a comment

ถ่ายหนังบนองค์พระมหาธาตุเจดีย์

ถ่ายหนังบนองค์พระมหาธาตุเจดีย์
การย่ำยีวิญญาณ


ชาวไทยทุกคนคงจะทราบกันดีว่า เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 นั้น ข้าศึกศัตรูได้ตรงเข้าไปเผาทำลายวัดพระศรีสรรเพชญ์อันเป็นวัดในเขตพระราชฐานให้มอดไหม้ไปในพริบตา นั่นหมายความว่าศูนย์รวมจิตใจและจิตวิญญาณของชาวกรุงศรีอยุธยานั้น ได้ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ มันเป็นความเจ็บปวดที่ได้ถูกทำลายสถาบันทางศาสนาและความเลื่อมใสศรัทธา ต่อสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นที่เคารพรักและหวงแหน เหตุการณ์ครั้งนั้นได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่ชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง
และท่านเชื่อหรือไม่ว่า เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นที่กรุงศรีอยุธยาอีกแล้ว ใน พ.ศ. 2540 นี้ เมื่อกรมศิลปากรได้อนุญาตให้บริษัท เอาต์ เวิลด์ โปรดักชั่น จำกัด เข้าไปถ่ายทำ ภาพยนตร์เรื่อง มอร์ทัล คอมแบท ภาค 2 ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ และวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สำคัญ

Continue reading

Posted in อยุธยา (บทความ) | Leave a comment

ถ่ายหนังที่อยุธยา

ถ่ายหนังที่อยุธยา  การขายมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหยาบคาย

คอลัมภ์ “ใจถึงสื่อ” ผู้อ่านถามมา คนมติชน ตอบไป
มติชนรายวัน วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 : 10

เมื่อคืนวันที่ 30 มกราคม 2540 ผมได้เข้าไปยังกองถ่ายทำภาพยนตร์ของบริษัท เอาต์ เวิลด์ โปรดักชั่น ที่ตั้งกองถ่ายอยู่หน้าบริเวณองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ในวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรากฏว่าบริเวณดังกล่าว มีอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์มากมาย ก่ายกอง ส่วนข้างวัดทางด้านทิศใต้ ก็เต็มไปด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ มีอุปกรณ์ขนาดหนักและสัมภาระเป็นจำนวนมาก เห็นแล้วก็ตกใจ เกิดคำถามขึ้นว่าทำไมกรมศิลปากรถึงได้ใจกล้าอนุญาตให้บริษัทดังกล่าวทำอย่างนี้ เพราะเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปแล้วว่า การให้รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งเข้าไปใกล้โบราณสถานนั้นเป็นอันตรายต่อโบราณสถานเป็นอย่างยิ่ง
และยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเข้าไปดูการแสดงซึ่งแสดงกันอยู่บนองค์พระมหาธาตุเจดีย์ เห็นแล้วเกิดความรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมากน้ำตาไหลออกมาคลอเบ้า จนต้องเบือนหน้าหนีเหตุที่ต้องเบือนหน้าหนีก็เพราะว่า บริเวณที่เหล่านักแสดงกำลังแสดงบทบาทอยู่นั้น คือส่วนบนสุดขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ ซึ่งเคยเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อันเป็นวัตถุมงคลและศักดิ์สิทธิ์ ของพุทธศาสนิกชน ทั่วไป เกิดความงุนงงที่มีการปล่อยให้ย่ำยีศาสนสถานกันได้ถึงเพียงนี้

Continue reading

Posted in อยุธยา (บทความ) | Leave a comment

ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 1

เขาค่อย ๆ วางพวงมาลัยไว้ที่มุมทับหลังด้วยมืออันสั่นเทา พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“ลุงเจ็กครับ ผมสัญญา ผมจะพาลุงกลับบ้านให้ได้” 

ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 1

ฟ้าสางแล้ว เสียงไก่ยังคงขันขานรับสลับกัน แสงทองเจิดจ้าปรากฏที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก รถขนขยะวิ่งมาจอดเก็บขยะจากถังข้างถนนหน้าบ้าน เสียงโยนขยะเข้าไปในรถ คนเก็บขยะตะโกนสั่งโชเฟอร์ว่า “ไป” รถก็วิ่งออกไป เป็นกิจวัตรเกือบทุกเช้าของที่นี่
บุญเพ็ง สูงกระโทก มองออกไปนอกหน้าต่าง ดิกอินทนิลสีม่วงแดงอมชมพูแกมขาวชูช่อเด่นแข่งกับใบ พื้นดินยังชุ่มฉ่ำจากฝนที่ตกหนักมาเมื่อสองสามวันก่อน มะม่วงที่เพิ่งปลูกไว้สำลักน้ำจนทำท่าจะไปไม่รอด แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่อย่างอดทน
บุญเพ็ง ตื่นแต่เช้าเป็นปรกติ เขาจะวิ่งเพื่อออกกำลังกายสักรอบสองรอบ เพื่อสุขภาพซึ่งเขามีคำขวัญประจำตัวว่า “สติปัญญาจะไม่มีความหมาย ถ้าร่างกายมีปัญหา”

เมื่อวิ่งเสร็จจึงกลับมาดูแลต้นหมากรากไม้ อาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวไปทำงาน “วันนี้สอนแต่เช้าด้วย ต้องรีบไปเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อม” เขาคิดไปเรื่อยๆ
บุญเพ็ง สูงกระโทก เป็นครูสอนวิชาศิลปะ วัย 40 เศษ รูปร่างสันทัด ผิวค่อนข้างคล้ำ หน้าตากร้านแดด บ่งบอกว่าเป็นคนท้องถิ่นอีสาน เขาเป็นคนคุยสนุก อารมณ์ดี ศึกษาหาความรู้และพัฒนาการเรียนการสอนให้ทันสมัย มีวิญญาณของความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม
เมื่อบุญเพ็งไปถึงที่ทำงาน เขาได้รับแฟ็กซ์ ที่ส่งมาจากกรุงเทพฯ เป็นแฟ็กซ์จาก ยุกต์ เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานหลายปีดีดักแล้ว ยุกต์บอกว่าจะมาบุรีรัมย์ มารถด่วนถึงพรุ่งนี้เช้าประมาณตีสี่ ให้ไปรับที่สถานีรถไฟ
ยุกต์ บอกอยากจะดูสิ่งที่น่าสนใจในตัวเมืองก่อน บ่ายๆ จะไปกู่สวนแตง พัก 1 คืน ช่วยเตรียมการให้ด้วย
บุญเพ็ง อ่านแฟกซ์แล้วพับเก็บใส่กระเป๋า เขาคิดถึงเพื่อนที่จะมาหา ยุกต์ หรือสรยุกต์ ทองไทร ชายไทยวัยเดียวกับเขา รูปรางสูงผอมเกร็ง ผิวเนื้อดำแดง ผมดำหยักศก เขาเป็นคนกรุงเทพฯ ยังเป็นโสด

Continue reading

Posted in ลุงเจ็ก กู่สวนแตง, เรื่องสั้น | Leave a comment

ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 2 และ 3

ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ สถานที่ที่ไม่เคยหลับ ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ ทั้งผู้โดยสาร คนถีบสามล้อ คนขับรถมาเตอร์ไซด์รับจ้าง บางคนซุกตัวนอนตามม้านั่งของสถานีหลับเพื่อตื่นรับวันใหม่ที่หวังว่าจะดีกว่าเก่า นี่แหละวิถีชีวิตของผู้ยากไร้
รถด่วนเที่ยวขึ้นกรุงเทพฯ นครราชสีมาปลายทางอุบลราชธานี แล่นอย่างช้าๆ เข้าที่
ชานชาลาตรงตามเวลาพอดี ที่ตู้นอนท้ายขบวน มีชายผอมสูง ใส่เสื้อกันหนาวสีดำ หิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาคนเดียว บุญเพ็งเห็นแต่ไกลก็จำได้ว่าเป็น ยุกต์ เขาโบกมือส่งสัญญาณให้รู้ว่ารออยู่ตรงนี้ พร้อมทั้งเดินเข้าไปหา ต่างดีอกดีใจจับไม้จับมือทักทายและโอบกอดกันอย่างรักใคร่สนิทสนม
“เป็นอย่างไรบ้าง การเดินทาง” บุญเพ็งถาม
“สบายมากเลย ที่หลับที่นอนสะอาดสะอ้าน
ที่ดีมากคือมีบริการปลุกเมื่อถึงจุดหมายปลายทางด้วยเลยทำให้นอนหลับอย่างสบาย ไม่ต้องมัวกังวล”
“เขาทำอย่างนี้มานานแล้ว” บุญเพ็งหัวเราะในลำคอ “แกไม่ค่อยได้ใช้บริการเอง เลยไม่รู้
เรื่อง”
“เป็นอันว่าดีก็แล้วกัน” ยุกต์สรุป
และชมเชยการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นปรกตินิสัยของยุกต์
“แล้วแกละ เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือ?” ยุกต์ถาม

Continue reading

Posted in ลุงเจ็ก กู่สวนแตง, เรื่องสั้น | Leave a comment

ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 4 และ ตอนที่ 5

ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 4

เมื่อกินอาหารเช้ากันอิ่มหนำสำราญดีแล้ว บุญเพ็งพายุกต์ไปที่วงเวียนสี่แยกถนนสายบุรีรัมย์-สตึก ตัดกับถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย สถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้ก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์
บุญเพ็งและยุกต์เดินขึ้นไปบนฐานพระบรมรูปฯ และนั่งลงสักการะ
ยุกต์ถามว่า “ทำไมถึงตั้งตรงกลางวงเวียนล่ะ”
“ไม่รู้ซิ ไม่รู้พวกเขาคิดกันอย่างไร”
“ต่อไปต้องมีปัญหาเรื่องการจราจรแน่ๆ เลย” ยุกต์คาดการณ์
“ไม่ต้องต่อไปหรอก ตอนนี้ก็มีแล้ว เวลาจัดพิธี รถติดกันเป็นแถวเลย แต่คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วละ” บุญเพ็งสรุป
บุญเพ็งเล่าให้ยุกต์ฟังว่า พระบรมราชานุสาวรีย์ฯนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนิน มาทรางวางศิลาฤกษ์ เมื่อเดือน เมษา 38
และต่อมาเมื่อเดือนกรกฎา 41 ได้ทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณและอัญเชิญพระบรมรูปฯ ขึ้นประดิษฐาน แต่ได้เปลี่ยนการหันหันพระพักตร์ของพระบรมรูปฯ จากหันพระพักตร์ออกนอกเมือง เป็นหันพระพักตร์เข้าเมือง ประชาชนเลยพากันคัดค้าน และกล่าวหาว่าจังหวัดฯเอาใจนักการเมืองพรรครัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้หนังสือพิมพ์ลงข่าวต่อเนื่องกันหลายวัน
“กันได้ติดตามข่าวอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เคยรู้รายละเอียด”.. เออ! แล้วผู้ว่าฯท่านว่าอย่างไรล่ะ?”
“ท่านเองไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงใช้วิธีทำหนังสือขอคำปรึกษาไปยังกรมศิลปากร กรมฯยืนยันมาว่าควรหันพระพักตร์เข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ เท่านั้นก็จบ ท่านทำได้แค่นั้น”
“ความจริงท่านน่าจะทำประชาพิจารณ์นะ” ยุกต์พูดเชิงเสนอแนะ…”แล้วอธิบดีกรมศิลปากรล่ะ ท่านว่าอย่างไรบ้าง”
“ท่านยอมรับว่า มีการเปลี่ยนทิศทางการหันพระพักตร์ของพระบรมราชานุสาวรีย์ฯจริง แต่ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงเข้าหาบ้านนักการเมืองใหญ่ อย่างที่โจญขานกัน แต่เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ โดยมีท่าเป็นประธาน
ท่านบอกว่า ตอนแรกคณะกรรมการมีความเห็นให้หันพระพักตร์พระบรมราชานุสาวรีย์ฯไปทางประเทศกัมพูชา เพื่อสื่อความหมายว่า รัชกาลที่ 1 เป็นผู้นำกองทัพไทยไปสู้รบเขมร ถือเป็นการสดุดีวีรกรรม แต่ต่อมาคณะกรรมการฉุกคิดว่าการหันพระพักตร์ไปทางประเทศกัมพูชาเป็นการทำร้ายจิตใจประเทศเพื่อบ้านเกินไป จะทำให้เขารู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจ บรรพบุรุษรบแพ้ไทย แล้วคนในรุ่นปัจจุบันจะมาเหยียบย่ำซ้ำเติมอีก ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษามิตรภาพระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ด้านการค้า คณะกรรมการจึงมีมติเปลี่ยนให้หันพระพักตร์เข้าเมืองบุรีรัมย์แทน”

Continue reading

Posted in ลุงเจ็ก กู่สวนแตง, เรื่องสั้น | Leave a comment

ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 6 และ ตอนที่ 7

ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 6

สายมากแล้ว ดวงตะวันโผล่พ้นยอดไม้สูงขึ้นไป วันนี้อากาศสดชื่นแจ่มใส แสงแดดกล้าทาบทับองค์ปราสาททอดเป็นเงาคมชัดไปบนพื้นหญ้าที่เขียวสด บุญเพ็งและยุกต์เพิ่งจะตื่น ความจริงเขาอยากจะนอนต่อ แต่การงานที่รออยู่ จึงทำอย่างที่ใจต้องการไม่ได้
เมื่อคืนเขาไม่รู้ว่าอยู่กันดึกดื่นเท่าไร ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าลุกเจ็กแกลุกไปตั้งแต่เมื่อไร ที่รู้คือทุกคนสนุกสนานเป็นกันเอง พูดคุยถูกหูถูกคอกันดี เจ้ายุกต์ที่เคยเสียงแข็งไม่ยอมนำทับหลังกลับมาติดตั้งไว้ที่เดิมก็เสียง อ่อนลงและทำท่าเห็นดีเห็นงานไปด้วยดัน หรือยุกต์อาจเออออห่อหมกไปกับลุงเจ็ก เพราะเกรงใจก็ได้ มันเป็นคนอย่างนั้นอยู่ด้วย
หลังจากช่วยกันเก็บสัมภาระแล้ว จึงออกไปหากินอาหารเช้า เสร็จแล้วกลับเข้าไปสำรวจ สเก็ตคร่าวๆ และบันทึกประเด็นสำคัญๆ ตกบ่ายทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย
ก่อนกลับบุรีรัมย์ บุญเพ็งพายุกต์ไปดูกู่ฤาษีหรืออโรคยาศาลา สุขศาลาชุมชนในอดีต ซึ่งเป็นปราสาทก่อด้วยศิลาแลง ที่บ้านกุฏิฤาษี หนอกเยือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกู่สวนแตงด้วย เผื่อมีงบประมาณเหลือจะได้บูรณะไปพร้อมกัน ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของที่นี่อย่างยิ่ง
ตอนค่ำ บุญเพ็ง ไปส่งยุกต์ขึ้นรถด่วนกลับกรุงเทพฯ เขาอยากจะถามใจยุกต์เกี่ยวกับทับหลังเหมือนกัน แต่ไม่อยากรบเร้าตอนนี้ ส่วนใจคิดถึงลุงเจ็ก เสียดายที่ไม่รูว่าบ้านแกอยู่ตรงไหน มัวแต่เมาเลยลืมถาม แต่ไม่เป็นไรกลับไปถามเขาแถวนั้นคงจะรู้จัก ลุงเจ๊กแกมีความรู้และแนวคิดที่น่าสนใจ

Continue reading

Posted in ลุงเจ็ก กู่สวนแตง, เรื่องสั้น | Leave a comment