<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ &#187; ลุงเจ็ก กู่สวนแตง</title>
	<atom:link href="http://www.wisut.net/category/short-story/%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.wisut.net</link>
	<description>Wisut Pinyowanichaka &#124; My Open Profile Online</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Jan 2012 13:42:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.3</generator>
		<item>
		<title>ลุงเจ็ก  กู่สวนแตง ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-01/</link>
		<comments>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-01/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jul 2008 02:00:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลุงเจ็ก กู่สวนแตง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=147</guid>
		<description><![CDATA[เขาค่อย ๆ วางพวงมาลัยไว้ที่มุมทับหลังด้วยมืออันสั่นเทา พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ “ลุงเจ็กครับ ผมสัญญา ผมจะพาลุงกลับบ้านให้ได้”  ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 1 ฟ้าสางแล้ว เสียงไก่ยังคงขันขานรับสลับกัน แสงทองเจิดจ้าปรากฏที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก รถขนขยะวิ่งมาจอดเก็บขยะจากถังข้างถนนหน้าบ้าน เสียงโยนขยะเข้าไปในรถ คนเก็บขยะตะโกนสั่งโชเฟอร์ว่า “ไป” รถก็วิ่งออกไป เป็นกิจวัตรเกือบทุกเช้าของที่นี่ บุญเพ็ง สูงกระโทก มองออกไปนอกหน้าต่าง ดิกอินทนิลสีม่วงแดงอมชมพูแกมขาวชูช่อเด่นแข่งกับใบ พื้นดินยังชุ่มฉ่ำจากฝนที่ตกหนักมาเมื่อสองสามวันก่อน มะม่วงที่เพิ่งปลูกไว้สำลักน้ำจนทำท่าจะไปไม่รอด แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่อย่างอดทน บุญเพ็ง ตื่นแต่เช้าเป็นปรกติ เขาจะวิ่งเพื่อออกกำลังกายสักรอบสองรอบ เพื่อสุขภาพซึ่งเขามีคำขวัญประจำตัวว่า “สติปัญญาจะไม่มีความหมาย ถ้าร่างกายมีปัญหา” เมื่อวิ่งเสร็จจึงกลับมาดูแลต้นหมากรากไม้ อาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวไปทำงาน “วันนี้สอนแต่เช้าด้วย ต้องรีบไปเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อม” เขาคิดไปเรื่อยๆ บุญเพ็ง สูงกระโทก &#8230; <a href="http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-01/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/lungject6.jpg" rel='lytebox[uncle-jek-01]'><img class="alignleft alignnone size-medium wp-image-148" style="margin: 4px 10px; float: left;" title="lungject6" src="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/lungject6-214x300.jpg" alt="" width="202" height="296" /></a></p>
<p>เขาค่อย ๆ วางพวงมาลัยไว้ที่มุมทับหลังด้วยมืออันสั่นเทา พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ<br />
“ลุงเจ็กครับ ผมสัญญา ผมจะพาลุงกลับบ้านให้ได้” <a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/lungject6.jpg" rel='lytebox[uncle-jek-01]'> </a></p>
<p><strong><span style="color: #000000;">ลุงเจ็ก กู่สวนแตง </span><span style="color: #000000;">ตอนที่ 1</span></strong></p>
<p>ฟ้าสางแล้ว เสียงไก่ยังคงขันขานรับสลับกัน แสงทองเจิดจ้าปรากฏที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก รถขนขยะวิ่งมาจอดเก็บขยะจากถังข้างถนนหน้าบ้าน เสียงโยนขยะเข้าไปในรถ คนเก็บขยะตะโกนสั่งโชเฟอร์ว่า “ไป” รถก็วิ่งออกไป เป็นกิจวัตรเกือบทุกเช้าของที่นี่<br />
บุญเพ็ง สูงกระโทก มองออกไปนอกหน้าต่าง ดิกอินทนิลสีม่วงแดงอมชมพูแกมขาวชูช่อเด่นแข่งกับใบ พื้นดินยังชุ่มฉ่ำจากฝนที่ตกหนักมาเมื่อสองสามวันก่อน มะม่วงที่เพิ่งปลูกไว้สำลักน้ำจนทำท่าจะไปไม่รอด แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่อย่างอดทน<br />
บุญเพ็ง ตื่นแต่เช้าเป็นปรกติ เขาจะวิ่งเพื่อออกกำลังกายสักรอบสองรอบ เพื่อสุขภาพซึ่งเขามีคำขวัญประจำตัวว่า “สติปัญญาจะไม่มีความหมาย ถ้าร่างกายมีปัญหา”</p>
<p>เมื่อวิ่งเสร็จจึงกลับมาดูแลต้นหมากรากไม้ อาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวไปทำงาน “วันนี้สอนแต่เช้าด้วย ต้องรีบไปเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อม” เขาคิดไปเรื่อยๆ<br />
บุญเพ็ง สูงกระโทก เป็นครูสอนวิชาศิลปะ วัย 40 เศษ รูปร่างสันทัด ผิวค่อนข้างคล้ำ หน้าตากร้านแดด บ่งบอกว่าเป็นคนท้องถิ่นอีสาน เขาเป็นคนคุยสนุก อารมณ์ดี ศึกษาหาความรู้และพัฒนาการเรียนการสอนให้ทันสมัย มีวิญญาณของความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม<br />
เมื่อบุญเพ็งไปถึงที่ทำงาน เขาได้รับแฟ็กซ์ ที่ส่งมาจากกรุงเทพฯ เป็นแฟ็กซ์จาก ยุกต์ เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานหลายปีดีดักแล้ว ยุกต์บอกว่าจะมาบุรีรัมย์ มารถด่วนถึงพรุ่งนี้เช้าประมาณตีสี่ ให้ไปรับที่สถานีรถไฟ<br />
ยุกต์ บอกอยากจะดูสิ่งที่น่าสนใจในตัวเมืองก่อน บ่ายๆ จะไปกู่สวนแตง พัก 1 คืน ช่วยเตรียมการให้ด้วย<br />
บุญเพ็ง อ่านแฟกซ์แล้วพับเก็บใส่กระเป๋า เขาคิดถึงเพื่อนที่จะมาหา ยุกต์ หรือสรยุกต์ ทองไทร ชายไทยวัยเดียวกับเขา รูปรางสูงผอมเกร็ง ผิวเนื้อดำแดง ผมดำหยักศก เขาเป็นคนกรุงเทพฯ ยังเป็นโสด</p>
<p><span id="more-147"></span></p>
<p>และยังคงโสดไปอีกนานเพราะยังไม่เคยมีทีท่าว่าจะสละโสดแต่อย่างใด<br />
ยุกต์ จบปริญญาโททางโบราณคดี สถานศึกษาแห่งเดียวที่ผูกขาดการสอนวิชานี้ เรียนจบแล้วเข้าทำงานเลย ทีแรกเป็นลูกจ้างชั่วคราว หาประสบการณ์จากการสำรวจขุดแต่งโบราณสถานไปเรื่อยๆ เมื่อมีอัตราว่าง เขาก็สอบผ่านโดยไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่ง่ายนัก เพราะกว่าจะมีอัตราว่างเขาต้องเป็นลูกจ้างอยู่เกือบ 5 ปี<br />
เมื่อบรรจุแล้ว งานส่วนใหญ่คือการสำรวจแหล่งโบราณคดี ออกแบบการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานตามจังหวัดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ยุกต์ ทำงานเก่ง ขยันขันแข็ง มีผลงานด้านการขุดแต่งและบูรณะเป็นจำนวนมาก บางแห่งทำได้ดี บางแห่งค่อนข้างแย่ กับ บุญเพ็ง เขามักมีเรื่องขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานอยู่เสมอๆ ที่บุญเพ็งไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือการจำลองทับหลังไปติดตั้งแทนของจริง ในการบูรณะปราสาทน้อยสีชมพู จังหวัดสระแก้ว และนำของจริงมาเก็งไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี แต่นั่นเป็นเรื่องความคิดที่แตกต่าง แต่เพื่อนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่แน่ๆ คือพวกเขาสนใจเรื่องทำนองเดียวกัน</p>
<p>อ่านต่อตอนที่ 2</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-01/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-01/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลุงเจ็ก  กู่สวนแตง ตอนที่ 2 และ 3</title>
		<link>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-02-03/</link>
		<comments>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-02-03/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2008 00:13:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลุงเจ็ก กู่สวนแตง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=150</guid>
		<description><![CDATA[ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ สถานที่ที่ไม่เคยหลับ ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ ทั้งผู้โดยสาร คนถีบสามล้อ คนขับรถมาเตอร์ไซด์รับจ้าง บางคนซุกตัวนอนตามม้านั่งของสถานีหลับเพื่อตื่นรับวันใหม่ที่หวังว่าจะดีกว่าเก่า นี่แหละวิถีชีวิตของผู้ยากไร้ รถด่วนเที่ยวขึ้นกรุงเทพฯ นครราชสีมาปลายทางอุบลราชธานี แล่นอย่างช้าๆ เข้าที่ ชานชาลาตรงตามเวลาพอดี ที่ตู้นอนท้ายขบวน มีชายผอมสูง ใส่เสื้อกันหนาวสีดำ หิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาคนเดียว บุญเพ็งเห็นแต่ไกลก็จำได้ว่าเป็น ยุกต์ เขาโบกมือส่งสัญญาณให้รู้ว่ารออยู่ตรงนี้ พร้อมทั้งเดินเข้าไปหา ต่างดีอกดีใจจับไม้จับมือทักทายและโอบกอดกันอย่างรักใคร่สนิทสนม “เป็นอย่างไรบ้าง การเดินทาง” บุญเพ็งถาม “สบายมากเลย ที่หลับที่นอนสะอาดสะอ้าน ที่ดีมากคือมีบริการปลุกเมื่อถึงจุดหมายปลายทางด้วยเลยทำให้นอนหลับอย่างสบาย ไม่ต้องมัวกังวล” “เขาทำอย่างนี้มานานแล้ว” บุญเพ็งหัวเราะในลำคอ “แกไม่ค่อยได้ใช้บริการเอง เลยไม่รู้ เรื่อง” “เป็นอันว่าดีก็แล้วกัน” ยุกต์สรุป และชมเชยการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นปรกตินิสัยของยุกต์ “แล้วแกละ เป็นอย่างไรบ้าง &#8230; <a href="http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-02-03/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ สถานที่ที่ไม่เคยหลับ ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ ทั้งผู้โดยสาร คนถีบสามล้อ คนขับรถมาเตอร์ไซด์รับจ้าง บางคนซุกตัวนอนตามม้านั่งของสถานีหลับเพื่อตื่นรับวันใหม่ที่หวังว่าจะดีกว่าเก่า นี่แหละวิถีชีวิตของผู้ยากไร้<br />
รถด่วนเที่ยวขึ้นกรุงเทพฯ  นครราชสีมาปลายทางอุบลราชธานี  แล่นอย่างช้าๆ  เข้าที่<br />
ชานชาลาตรงตามเวลาพอดี ที่ตู้นอนท้ายขบวน มีชายผอมสูง ใส่เสื้อกันหนาวสีดำ หิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาคนเดียว บุญเพ็งเห็นแต่ไกลก็จำได้ว่าเป็น ยุกต์ เขาโบกมือส่งสัญญาณให้รู้ว่ารออยู่ตรงนี้ พร้อมทั้งเดินเข้าไปหา ต่างดีอกดีใจจับไม้จับมือทักทายและโอบกอดกันอย่างรักใคร่สนิทสนม<br />
“เป็นอย่างไรบ้าง  การเดินทาง”  บุญเพ็งถาม<br />
“สบายมากเลย  ที่หลับที่นอนสะอาดสะอ้าน<br />
ที่ดีมากคือมีบริการปลุกเมื่อถึงจุดหมายปลายทางด้วยเลยทำให้นอนหลับอย่างสบาย  ไม่ต้องมัวกังวล”<br />
“เขาทำอย่างนี้มานานแล้ว” บุญเพ็งหัวเราะในลำคอ  “แกไม่ค่อยได้ใช้บริการเอง  เลยไม่รู้<br />
เรื่อง”<br />
“เป็นอันว่าดีก็แล้วกัน”  ยุกต์สรุป<br />
และชมเชยการรถไฟแห่งประเทศไทย  ซึ่งเป็นปรกตินิสัยของยุกต์<br />
“แล้วแกละ  เป็นอย่างไรบ้าง  สบายดีหรือ?”  ยุกต์ถาม</p>
<p><span id="more-150"></span><br />
“อย่างที่เคยนั่นแหละ  เป็นครูมีแต่สอน  กับศึกษาค้นคว้าเพิ่มพูนความรู้พัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ”<br />
“ดีแล้วละ..ทำไปเถอะ..แล้วความขัดแย้งเรื่องการหันพระพักตร์พระบรมรูปรัชกาลที่  1  ที่แกเล่าให้ฟังล่ะ  เรื่องไปถึงไหนแล้ว”<br />
“ในฐานะนักวิชาการ ได้พูดไปตามข้อมูลและความน่าจะเป็น แต่ไม่มีใครสนใจหรอก เรื่องนี้ เอาไว้สายๆ จะพาไปสักการะพระบรมรูปฯ แล้วจะเล่าให้ฟัง<br />
“โอเค..ดีเหมือนกัน”<br />
ทั้งสองเดินคุยกันมาที่รถ  และขับรถออกจากสถานีผ่านวงเวียนหอนาฬิกา  มาตามถนนซึ่งข้างทางเป็นร้านข้าวต้ม<br />
“กินข้าวต้มไหม”  บุญเพ็งถาม<br />
“ไม่หรอก  ยังไม่หิว”<br />
“ดูนั่นซิ เห็นไหม พวกที่มาเที่ยวกันตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่กลับเลย นั่งดื่มกินกันอยู่ คงเพิ่งออกมาจากบาร์หรือจากเทค” บุญเพ็งชวนคุย<br />
“เหมือนเราสมัยก่อนนั่นแหละ  ไม่สว่างไม่กลับ”..<br />
“แต่เดี๋ยวนี้คงไม่ไหวแล้ว  ขืนอยู่ดึกดื่นอย่างนี้สลบเหมือดแน่ๆ”  ยุกต์พูดไปเรื่อยๆ  ส่วนตามองดูอาคารบ้านเรือนไปรอบๆ<br />
“บ้านเมืองเจริญดีนะ  ตึกรามบ้านช่องใหญ่โต”  ยุกต์พูดชมอีก<br />
”เจริญเฉพาะในเมืองนี่แหละ  นอกๆ ยังเหมือนเดิม”<br />
“เอาเป็นว่าเรากลับไปอาบน้ำอาบท่ากันที่บ้านก่อนแล้วค่อยออกมาหาอะไรกินกัน  ดีไหม”  บุญเพ็งเสนอ<br />
“ได้..ตามใจแก”</p>
<p><strong>ลุงเจ็ก  กู่สวนแตง ตอนที่ 3</strong></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/08/suantang.jpg" rel='lytebox[uncle-jek-02-03]'><img class="alignnone size-medium wp-image-253" title="suantang" src="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/08/suantang-300x124.jpg" alt="" width="300" height="124" /></a></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><em>ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์  กู่สวนแตง อ.บ้านใหม่ชัยพจน์ จ.บุรีรัมย์</em></span></p>
<p>หลังจากอาบน้ำอาบท่า แต่งเนื้อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ไปที่ร้านอาหารสี่แยกตลาดสดในเมือง เขานั่งมองดูผู้คนเดินไปมาหาซื้ออาหารกันขวักไขว่ พวกซื้อก็ซื้อ พวกขายก็ขาย ดูวุ่นวาย จอแจ<br />
บุญเพ็ง สั่งกาแฟดำ ส่วนยุกต์ เริ่มด้วยข้าวราดแกงส้มผักรวมแล้วต่อด้วยชาร้อน ยุกต์ดื่มกาแฟไม่ได้ ดื่มแล้วใจสั่น ถ้าเป็นชาพอได้<br />
“แกจะไปกู่สวนแตงทำไมวะ”  บุญเพ็งถาม<br />
“กรมฯสั่งให้มาสำรวจ  ทีแรกจะขับรถมาเองแล้วแต่เห็นแกอยู่ที่นี่เลยมารถไฟดีกว่า”<br />
“มาสำรวจไปทำอะไรล่ะ”<br />
“เพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์  เขาว่าได้งบรวมมาแล้ว  และกู่สวนแตงเป็นแห่งหนึ่งที่จะได้รับงบนี้ด้วย”  ยุกต์อธิบายไปด้วย  กินข้าวไปด้วย<br />
“กรมฯอาจจะทำเองหรือให้บริษัทรับเหมาทำ”  ยุกต์พูดต่อ<br />
“ดี..ใครทำก็ได้..จะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของบุรีรัมย์อีกแห่งหนึ่ง”  บุญเพ็งพูดสนับสนุน<br />
ยุกต์เริ่มเสริมว่า  “กะว่าจะทำให้เสร็จสมบูรณ์เลยทีเดียว  ทั้งบูรณะ  และปรับภูมิทัศน์”<br />
“ดี..แล้วจะเอาทับหลังกลับมาติดตั้งไว้ที่เดิมหรือเปล่าล่ะ”  บุญเพ็งถาม<br />
“เรื่องเอาทับหลังกลับมาไว้ที่เดิมนั้น  พับไปได้เลย  กรมฯ ไม่มีนโยบายอย่างนั้น  กลัวจะหายไปอีก<br />
“นโยบายคือจำลองหรือทำของปลอมไปติดตั้งแบบเดียวกับปราสาทเขาน้อยสีชมพู จังหวัดสระแก้ว ที่แกทำใช่ไหม”? บุญเพ็งถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก<br />
“อาจทำอย่างนั้นก็ได้  เท่าที่กันทดลองทำไปแล้วไม่เห็นมีใครว่าอะไร  มีแต่แกนี่แหล่ว่า”  ยุกต์พูดกวนๆ<br />
“เพราะเขาไม่รู้น่าว่า  เป็นของจริงหรือของปลอม”  บุญเพ็งโต้  พร้อมยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม<br />
“หรือแกพอใจที่ตบตาเขาได้”  บุญเพ็งกล่าวหา<br />
“ไม่ใช่อย่างนั้น  ของจริงมันมีค่า  เกิดหายไปอีกก็  ใครจะรับผิดชอบ”  ยุกต์พยายามอธิบาย<br />
“เลยเอาของปลอมไปใส่แทน  ง่ายดี  ใช่ไหมล่ะ”<br />
“คิดดูซิ”  บุญเพ็งอธิบาย  “ตั้งใจว่าจะไปดูทับหลังปราสาท  แต่ปรากฏว่า  ทับหลังที่ติดตั้งอยู่เป็นของปลอม”<br />
มันเสียความรู้สึก  แกรู้หรือเปล่า  มันเป็นการทำร้ายโบราณสถาน  อยากใช้คำว่าข่มขืนด้วยซ้ำไป”<br />
“ว่าไป  ว่าให้สะใจแก”  ยุกต์  ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม  และนั่งฟังบุญเพ็งต่อว่าต่อขานอย่างอารมณ์ดี<br />
“ยกตัวอย่างนะ เช่น เราหวังจะไปชมสิ่งของที่จัดอยู่ในระดับล้ำค่า แล้วอุตส่าห์ดั้นด้นไปจนถึงที่ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ได้เห็นนั้นเป็นเพียงของปลอม คิดดูซิวะ มันจะเซ็งขนาดไหน กันเลยไม่ไป ไม่รู้จะไปดูอะไร มีเพื่อนไปดูมาแล้วบอกว่าทุเรศที่สุด” บุญเพ็ง เว้นจังหวะ “อย่างนี้เรียกว่าดูถูกกัน”<br />
“คงไม่ถึงกับอย่างนั้นหรอก”  ยุกต์แก้ต่าง<br />
“ตอนนี้ปราสาทเขาน้อยเลยหมด  ไม่เหลือแม้แต่วิญญาณแย่มากๆ”  บุญเพ็งสบถ<br />
“อันนี้เป็นความรู้สึกของแกกับเพื่อนแก  คนอื่นเขาคงไม่รู้สึกด้วย  ซึ่งจะเอามาเป็นบรรทัดฐานอะไรไม่ได้”  ยุกต์เถียง<br />
“เอางี้ดีกว่า”  บุญเพ็งสรุป  “หยุดพูดเรื่องนี้กันเถอะ  ขืนพูดไปเกิดเรื่องแน่ๆ”<br />
“ดีเหมือนกัน  เก็บไว้ไปที่กู่สวนแตงแล้วค่อยว่ากันใหม่ดีกว่า  อาจได้ข้อสรุปที่เหมาะสมก็ได้”</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-02-03/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-02-03/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 4 และ ตอนที่ 5</title>
		<link>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-04-05/</link>
		<comments>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-04-05/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jul 2008 23:15:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลุงเจ็ก กู่สวนแตง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=151</guid>
		<description><![CDATA[ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 4 เมื่อกินอาหารเช้ากันอิ่มหนำสำราญดีแล้ว บุญเพ็งพายุกต์ไปที่วงเวียนสี่แยกถนนสายบุรีรัมย์-สตึก ตัดกับถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย สถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้ก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ บุญเพ็งและยุกต์เดินขึ้นไปบนฐานพระบรมรูปฯ และนั่งลงสักการะ ยุกต์ถามว่า “ทำไมถึงตั้งตรงกลางวงเวียนล่ะ” “ไม่รู้ซิ ไม่รู้พวกเขาคิดกันอย่างไร” “ต่อไปต้องมีปัญหาเรื่องการจราจรแน่ๆ เลย” ยุกต์คาดการณ์ “ไม่ต้องต่อไปหรอก ตอนนี้ก็มีแล้ว เวลาจัดพิธี รถติดกันเป็นแถวเลย แต่คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วละ” บุญเพ็งสรุป บุญเพ็งเล่าให้ยุกต์ฟังว่า พระบรมราชานุสาวรีย์ฯนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนิน มาทรางวางศิลาฤกษ์ เมื่อเดือน เมษา 38 และต่อมาเมื่อเดือนกรกฎา 41 ได้ทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณและอัญเชิญพระบรมรูปฯ ขึ้นประดิษฐาน แต่ได้เปลี่ยนการหันหันพระพักตร์ของพระบรมรูปฯ &#8230; <a href="http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-04-05/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 4</strong></p>
<p>เมื่อกินอาหารเช้ากันอิ่มหนำสำราญดีแล้ว บุญเพ็งพายุกต์ไปที่วงเวียนสี่แยกถนนสายบุรีรัมย์-สตึก ตัดกับถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย สถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้ก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์<br />
บุญเพ็งและยุกต์เดินขึ้นไปบนฐานพระบรมรูปฯ และนั่งลงสักการะ<br />
ยุกต์ถามว่า  “ทำไมถึงตั้งตรงกลางวงเวียนล่ะ”<br />
“ไม่รู้ซิ  ไม่รู้พวกเขาคิดกันอย่างไร”<br />
“ต่อไปต้องมีปัญหาเรื่องการจราจรแน่ๆ เลย”  ยุกต์คาดการณ์<br />
“ไม่ต้องต่อไปหรอก  ตอนนี้ก็มีแล้ว  เวลาจัดพิธี   รถติดกันเป็นแถวเลย  แต่คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วละ”  บุญเพ็งสรุป<br />
บุญเพ็งเล่าให้ยุกต์ฟังว่า พระบรมราชานุสาวรีย์ฯนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนิน มาทรางวางศิลาฤกษ์ เมื่อเดือน เมษา 38<br />
และต่อมาเมื่อเดือนกรกฎา 41 ได้ทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณและอัญเชิญพระบรมรูปฯ ขึ้นประดิษฐาน แต่ได้เปลี่ยนการหันหันพระพักตร์ของพระบรมรูปฯ จากหันพระพักตร์ออกนอกเมือง เป็นหันพระพักตร์เข้าเมือง ประชาชนเลยพากันคัดค้าน และกล่าวหาว่าจังหวัดฯเอาใจนักการเมืองพรรครัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้หนังสือพิมพ์ลงข่าวต่อเนื่องกันหลายวัน<br />
“กันได้ติดตามข่าวอยู่เหมือนกัน  แต่ไม่เคยรู้รายละเอียด”.. เออ!  แล้วผู้ว่าฯท่านว่าอย่างไรล่ะ?”<br />
“ท่านเองไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงใช้วิธีทำหนังสือขอคำปรึกษาไปยังกรมศิลปากร กรมฯยืนยันมาว่าควรหันพระพักตร์เข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ เท่านั้นก็จบ ท่านทำได้แค่นั้น”<br />
“ความจริงท่านน่าจะทำประชาพิจารณ์นะ”  ยุกต์พูดเชิงเสนอแนะ&#8230;”แล้วอธิบดีกรมศิลปากรล่ะ  ท่านว่าอย่างไรบ้าง”<br />
“ท่านยอมรับว่า มีการเปลี่ยนทิศทางการหันพระพักตร์ของพระบรมราชานุสาวรีย์ฯจริง แต่ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงเข้าหาบ้านนักการเมืองใหญ่ อย่างที่โจญขานกัน แต่เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ โดยมีท่าเป็นประธาน<br />
ท่านบอกว่า ตอนแรกคณะกรรมการมีความเห็นให้หันพระพักตร์พระบรมราชานุสาวรีย์ฯไปทางประเทศกัมพูชา เพื่อสื่อความหมายว่า รัชกาลที่ 1 เป็นผู้นำกองทัพไทยไปสู้รบเขมร ถือเป็นการสดุดีวีรกรรม แต่ต่อมาคณะกรรมการฉุกคิดว่าการหันพระพักตร์ไปทางประเทศกัมพูชาเป็นการทำร้ายจิตใจประเทศเพื่อบ้านเกินไป จะทำให้เขารู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจ บรรพบุรุษรบแพ้ไทย แล้วคนในรุ่นปัจจุบันจะมาเหยียบย่ำซ้ำเติมอีก ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษามิตรภาพระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ด้านการค้า คณะกรรมการจึงมีมติเปลี่ยนให้หันพระพักตร์เข้าเมืองบุรีรัมย์แทน”</p>
<p><span id="more-151"></span></p>
<p>“เรียกว่าแคร์ความรู้สึกเพื่อนบ้าน  แต่ไม่แคร์ความรู้สึกชาวบุรีรัมย์  เลยทำให้ชาวบุรีรัมย์และแกไม่พอใจ”<br />
“คงทำนองนั้น ขนาดตั้งใจสร้างเพื่อสดุดีวีรกรรมอันกล้าหาญของพระองค์ท่าน แต่ไปห่วงความรู้สึกของเพื่อนบ้าน คิดดูเอาเองก็แล้วกัน ห่วยแตกขนาดไหน”<br />
บุญเพ็ง ยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มรวมเดียวหมด พร้อมทั้งกล่าวตำหนิต่อไปว่า “ที่น่าเจ็บใจก็คือ คนที่ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรนั้น ไม่ใช่คนที่นี่ ส่วนคนอยู่ที่นี่ ไม่มีปัญญาทำอะไร ต้องทนดูสิ่งที่ทำไม่เหมาะสมไปจนตาย จะแก้ไขอะไรก็ไม่ได้<br />
กันอยากรู้นักว่า  กรรมการเหล่านั้น  มีกี่คนที่เคยมาบุรีรัมย์  อาจจะไม่รู้ว่าบุรีรัมย์อยู่ส่วนไหนของประเทศไทยด้วยซ้ำ”<br />
“เฮ้ย..บุญเพ็ง มากไป เดี๋ยวโดนฟ้องหมิ่นประมาทหรอก” ยุกต์เตือนบุญเพ็งอย่างเป็นห่วง และเล่าต่อว่าอธิบดีท่านเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหา เพราะเราเคารพบูชาด้วยความรู้สึก การสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯนั้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ไม่ว่าจะหันพระพักตร์ไปทางไหนก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าตรงนี้หมดไป<br />
“แต่ถ้าหันพระพักตร์ไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสมจะไม่ดีกว่าหรือ”  บุญเพ็งโต้<br />
ยุกต์  ได้แต่เฉย  บุญเพ็งจึงพูดต่อ  “แล้วท่านแก้ตัวอย่างไรล่ะ”<br />
ท่านว่า ในสมัยโบราณการสร้างรูปเคารพทุกชนิด จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แต่พอมาสมัยอยุธยา กระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ การคมนาคมเจริญขึ้น มีรถราถนนต่างๆ มากมาย รูปเคารพส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนเป็นหันหน้าเข้าหาเส้นทางคมนาคม เพื่อให้คนที่สัญจรผ่านไปมาได้เคารพกราบไหว้ด้านหน้าพระพุทธรูปหรืออนุสาวรีย์ ทิศทางการหันหน้าจึงไม่กำหนดตายตัว แล้วแต่ความเหมาะสมของทำเลที่ตั้งแต่ละแห่ง<br />
ท่านบอกว่า บางคนคิดมากเกินไป ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ หยุมหยิมทำให้อีลุงตุงนังไปหมด ส่วนที่พูดกันว่าเปลี่ยนเพราะพระพักตร์หันไปทางบ้านนักการเมืองนั้นเป็นเรื่องพูดกันไปเอง ความจริงน่าจะเป็นสิริมงคลด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นบ้านท่าน ท่านจะดีใจมาก ศาลพระภูมิยังตั้งหันหน้าเข้าบ้านกันเลย ส่วนที่ชาวบ้านบางกลุ่มออกมาต่อต้าน ถือเป็นการมองคนละมุม เรื่องนี้ท่านได้ส่งหนังสือไปถึงจังหวัดบุรีรัมย์อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อยืนยันมติให้หันพระพักตร์เข้าหาเมืองบุรีรัมย์<br />
“ก็พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองให้ได้”  บุญเพ็งสบถ<br />
“แล้วแกว่าอย่างไรล่ะ”<br />
“กันเสนอไปว่า เมื่อมีข้อสงสัยจากประชาชน จะต้องพิจารณาทบทวน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องเหมาะสม การทำประชาพิจารณ์ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ดีในหลายๆ กรณีมาแล้ว น่าจะนำมาใช้ การรีบดำเนินการโดยไม่ยอมฟังเสียงคัดค้านจากประชาชนเลยนั้นก็ทำได้ แต่ความบาดหมางน้ำใจที่มีกันอยู่แล้ว จะติดแน่นทนทานยิ่งขึ้น ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย”<br />
“แล้วที่ไม่พอใจมากๆ ละ  อะไร”<br />
“อย่าให้พูดเลย  เดี๋ยวสะเทือนใจแก  เป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น  นำพระบรมรูปฯมาเปรียบเทียบกับศาลพระภูมิได้อย่างไง  ห่วย..ชะมัด”<br />
“เออ!  แกนี่จะก้าวร้าวมากขึ้นทุกวันนะ”  ยุกต์ตำหนิบุญเพ็ง<br />
“นอกจากนั้น  มีอะไรอีกล่ะ”<br />
“ยังมีปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย เพราะเมื่อเปลี่ยนเป้าหมาย อย่างอื่นเลยผิดพลาดไปด้วย เช่น การประทับขัดสมาธิของพระบรมรูปฯ ซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง ภาพหล่อนูนสูงที่ทำมาผิดขนาด มีอีกเยอะแยะ เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ แต่แกอย่าสนใจเลย เอาเรื่องกู่สวนแตงของแกดีกว่า..จะไปกันหรือยังล่ะ” บุญเพ็งตัดบท<br />
“ไปซิ..อยู่ไกลไหมล่ะ”</p>
<p><strong>ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 5</strong></p>
<p>บุญเพ็ง ขับปิกอัพคันเก่าคู่ชีพ ไปทางถนนสาย 2074 ผ่านคูเมืองไปพุทไธสง โดยมียุกต์นั่งไปข้างๆ ถนนสายนี้สร้างไม่ค่อยดี ต้องซ่อมกันบ่อย มีหลุมบ่อเยอะแยะ แต่ทิวทัศน์สองข้างทางสวย บางช่วงเป็นทุ่งนายาวเหยียด บางช่วงมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น โดยเฉพาะพวกคูน พวกตะแบกถ้ามาตอนเดือนมีนา-เมษา ดอกคูนจะเหลืองอร่ามสลับกับดอกตะแบกสีม่วงคราม ดูรื่นรมย์ไปหมด<br />
“กู่สวนแตง  อยู่ตรงไหนวะ  กันยังไม่เคยไปเลย”  ยุกต์ปรารภเชิงถาม<br />
“อยู่ที่บ้านดงยาง ตำบลกู่สวนแตง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ แต่ก่อนอยู่ในเขตอำเภอพุทไธสง เป็นปราสาทแบบเดียวกับปราสาทเมืองต่ำ บ้านโคกเมือง ประโคนชัย แต่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง เพราะไม่มีโคปุระหรือประตูทางเข้า ไม่มีกำแพงแก้ว และระเบียงคต มีแต่ปราสาทก่อด้วยอิฐ จำนวน 3 องค์ ตั้งเรียงกันเป็นแถวบนฐานศิลาแลงเดียวกัน ปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหน้ามีบรรณาลัยก่อด้วยศิลาแลง 2 หลัง และสระน้ำโบราณ 1 สระ<br />
“มีทับหลังบ้างไหม”<br />
“มีซิ  แต่กรมศิลปากรเอาไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหมด  ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว”<br />
บุญเพ็งบอกยุกต์ว่า วันนี้เพื่อให้ได้บรรยากาศ เขาได้เตรียมการที่จะพักนอนในบริเวณโบราณสถานเลย ได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ และได้เตรียมเต็นท์ เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ มาพร้อมแล้ว ซึ่งยุกต์ไม่ขัดข้อง นอนที่ไหนก็นอนได้ เขาเป็นนักโบราณคดี เรื่องนอนกับดินกินกับทรายเขาถนัดอยู่แล้ว อีกอย่างเป็นการประหยัดงบประมาณหลวงด้วย<br />
บุญเพ็งเลือกบริเวณที่เห็นว่าเหมาะสม คือตอนหน้าองค์ปราสาท เดินสำรวจบริเวณโดยรอบปราสาท จากนั้นพากันเข้าไปในอำเภอฯ หาที่อาบน้ำอาบท่า ซื้อของกินของใช้ที่จำเป็น กะกินอาหารค่ำกันที่เต็นท์ แล้วนอน เช้าจะได้รับสำรวจ เสร็จก็กลับบุรีรัมย์เลย พักผ่อนสักเล็กน้อย ตอนค่ำนั่งรถด่วนกลับกรุงเทพฯ ตามโปรแกรมที่จัดไว้ ดูแล้วน่าจะราบรื่นดี<br />
ประมาณ 20 นาฬิกา ทั้งสองคนมานั่งกันที่หน้าเต็นท์ มีอาหารพื้นเมืองที่จัดซื้อมา เช่น ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ปลาส้ม ต้มแห้ง และอื่นๆ กับกระติกน้ำแข็งที่แช่เบียร์ไว้เต็มอัตราศึก บุญเพ็งไม่อยากให้ยุกต์ผิดหวัง นานๆ เขาจะมาบุรีรัมย์สักที ตั้งใจต้อนรับให้เต็มที่<br />
ทั้งคู่คุยเรื่องสับเพเหระกันได้สักพัก ก็มีชายสูงอายุคนหนึ่ง แต่งชุดพื้นบ้านสีดำ อายุราว 60 กว่าๆ โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่ทันได้สังเกต แกบอกว่าเห็นแสงไฟจากตะเกียงเลยเข้ามาดู เมื่อรู้ว่าไม่ได้เป็นผู้ร้ายที่จะมาลักลอบขุดค้นอะไรแล้ว แกทำท่าจะไป แต่พอดีบุญเพ็งเชิญชวนให้อยู่ดื่มด้วย แกทำท่าลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมร่วมวงด้วย<br />
เมื่อแกนั่งลงเรียบร้อย  บุญเพ็งจัดจาน  ช้อน-ส้อมให้และรินเบียร์ส่งให้แก  “ตามสบายเลยครับลุง”  บุญเพ็งเชื้อเชิญ<br />
แกรับแก้วเบียร์พร้อมกล่าวขอบคุณ<br />
“บ้านคุณลุงอยู่แถวนี้หรือครับ”  บุญเพ็งถาม  เพื่อสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง<br />
“แต่ก่อนเคยอยู่ที่นี่แหละ  แต่เดี๋ยวนี้อยู่กรุงเทพฯ  จึงไปๆมาๆ<br />
“เออ!  ลุงชื่ออะไรนะ  จะได้เรียกถูก”  ยุกต์ถามบ้าง<br />
“ชื่อ  เจ็ก  ครับ”<br />
“ชื่อยังกับคนจีน”  ยุกต์เปรยเบาๆ<br />
“ไม่ใช่คนจีนหรอกครับ  “เจ็ก”  เป็นภาษาเขมร  แปลว่ากล้วย”<br />
“อ๋อ! ลุงเจ็ก  หรือ  ลุงกล้วย”  ยุกต์ผงกหัวแสดงให้รู้ว่าเข้าใจความหมาย<br />
บุญเพ็งบอกลุงเจ็กว่า สรยุกต์ ทองไทร หรือ ยุกต์ เป็นเจ้าหน้าที่มาจากกรมฯ จะมาสำรวจที่นี่เพื่อการบูรณะ เพราะได้งบประมาณมา ส่วนเขาเป็นครูอยู่ในเมืองบุรีรัมย์มาเป็นเพื่อน<br />
“ยินดีที่รู้จักครับ” ลุงเจ็กยิ้มให้ทั้งยุกต์และบุญเพ็งพร้อมให้ความเห็นว่า “กู่สวนแตงนั้น ควรบูรณะเสียที ปล่อยไว้ก็จะชำรุดทรุดโทรมไปเรื่อยๆ ดูซิ ปราสาทองค์ด้านทิศเหนือ ทำท่าจะล้มอยู่แล้ว” ลุงเจ็กชี้มือไปทางองค์ปราสาทที่อยู่ในความมืด และพูดเสริมต่อว่า<br />
“ที่นี่ไม่ค่อยมีใครสนใจหรอก ตั้งแต่พวกขโมยมาขโมยทับหลังไป ทางการจึงเก็บที่เหลือไปหมด ตอนนี้นำไปไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติต่างๆหลายแห่ง”<br />
พูดจบ  ลุงเจ็กยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม<br />
“เออ!  ทำไมลุงรู้เรื่องนี้ล่ะ”  บุญเพ็งถาม  แสดงสีหน้าสงสัย<br />
“ลุงเคยอยู่ที่นี่ ตอนนี้ไปอยู่กรุงเทพฯ ว่างถึงมาเยี่ยมดูขากลับแวะพิมาย ต่อเลยไปขอนแก่น มาเยี่ยมพี่น้องที่เคยอยู่ด้วยกันมา แล้วถึงกลับกรุงเทพฯ “<br />
“ลุงมาบ่อยไหมครับ“  ยุกต์ถาม  ชำเลืองมองลุงเจ็กอย่างแคลงใจ  เพราะดูแกลึกลับชอบกล<br />
“บ่อยครับ ไปๆมาๆ เหนื่อยหน่อย อยากกลับมาอยู่ที่นี่ มาอยู่ใกล้ๆ หรือมาอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร”<br />
“ลุงหมายความว่าครอบครัวอยู่ที่นี่<br />
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้”<br />
ยุกต์  ผงกหัว  ทำเป็นเหมือนเข้าใจ  แต่คิดในใจว่า  ลุงแกตอบคลุมเครือ<br />
“อยากให้ลุงเล่าเรื่องทับหลังของที่นี่”  บุญเพ็งเปลี่ยนเรื่องเพราะเห็นลุงแกเศร้าๆ  เมื่อพูดถึงครอบครัว<br />
“เล่าไม่เป็นหรอก  อยากรู้อะไรถามมาดีกว่า  รู้จะเล่าให้ฟัง  ไม่รู้ก็จนปัญญา”  ลุงเจ็กพูดถ่อมตัว<br />
“ทับหลังที่นี่มีกี่ชิ้นครับ”  บุญเพ็งตั้งคำถามนำ  และยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม  รอฟังลุงเจ็กตอบอย่างตั้งใจ<br />
เรื่องทับหลัง ตอนี้เหลืออยู่ทั่งหมด 7 ชิ้น อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 3 แห่งคือ พิมาย 5 ชิ้น มีทับหลังรูปเทวดานั่งเหนือเกียรติมุข รูปขบวนแห่ เรื่องพระวิษณุตรีวิกรม หรือย่างสามขุม เรื่องกูรมาวตารของพระวิษณุ หรือ การกวนเกษียรสมุทร และเรื่องศวนาฏราช ลุกเจ็ก<br />
อธิบายอย่างคล่องแคล่ว<br />
“อาจารย์บุญเพ็งละเคยไปดูไหมครับ  ที่พิมาย”  ลุงเจ็กถาม<br />
“เคยไปครับ  แต่นานมาแล้ว  เห็นมีอยู่มากมาย  พอดีไม่ได้สังเกตว่าทับหลังชิ้นไหนเป็นของที่ไหน”<br />
“ลองไปดูใหม่ซิครับ  ของกู่สวนแตงน่าสนใจมาทีเดียว  เขาจัดได้มุมหนึ่งเลย”  ลุงเจ็กพูดเชิญชวน<br />
“จะลองไปดูใหม่ครับ  ถ้ามีโอกาส”<br />
“เออ!  ลุง  เล่าต่อเถอะครับ”  บุญเพ็งรบเร้า  เมื่อเห็นลุงเจ็กเงียบไป<br />
ลุงเจ็กเล่าต่อว่า ทับหลังที่มิมายทั้ง 5 ชิ้น ปรากฏว่ามี เรื่องกูรมาวตารของพระวิษณุ หรือ การกวนเกษียรสมุทรเท่านั้น ที่มีหลักฐานระบุว่า เคยประดับอยู่บนกรอบประตูหลอกด้านทิศตะวันตกของปราสาทประธาน<br />
ส่วนทับหลังที่ขอนแก่น  รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณชิ้นนี้เคยประดับอยู่ที่ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกของปราสาทองค์ด้านทิศใต้<br />
และที่อยู่กรุงเทพฯ 1 ชิ้น คือ ทับหลังเรื่องพระวิษณุอนันตศายิน ปัทมนาภะ หรือนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชิ้นนี้เคยประดับอยู่ที่ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกของปราสาทองค์ด้านทิศเหนือ”<br />
ลุงเจ็กเสริมว่า “ชิ้นที่อยู่กรุงเทพฯนี้ ถึงแม้จะไม่มีชื่อเสียงโดงดังเหมือนของพนมรุ้ง แต่ก็จัดว่าฝีมือแกะสลักอยู่ในระดับทีเดียว”<br />
“น่าสนใจมากเลยครับ  ถ้ามีโอกาสจะต้องไปดูให้ได้”  บุญเพ็งพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางมุ่งมั่น<br />
“ทำไมเขาจึงเอาไปไว้กระจัดกระจายอย่างนั่นล่ะ  ยุกต์”  บุญเพ็งสงสัย<br />
“คงเพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมความงานโดยทั่วกันไงล่ะไม่ต้องเดินทางมาที่นี่”  ยุกต์ตอบง่ายๆไปตามเรื่อง<br />
“ดูแบบนั้นมันจะได้เรื่องได้ราวหรือได้รสชาติอะไรล่ะ”<br />
“คงดีกว่าไม่ได้ดู”  ยุกต์ตอบแบบขอไปที<br />
“ตอบให้มันเข้าท่าหน่อยซิ  ยุกต์”  บุญเพ็งแกล้วทำเป็นมีอารมณ์<br />
“กันว่าน่าจะนำกลับมาติดตั้งไว้อย่างเดิม  เอามารวมกันไว้ที่นี่”  บุญเพ็งเสนอแนะ<br />
“ลุงเจ็กล่ะ  คิดว่าควรจะเป็นอย่างไร”  บุญเพ็งโบ้ยมาทางลุงเจ็ก<br />
“คิดว่าน่าจะนำกลับมาไว้ที่เดิม เพราะสิ่งนี้เคยเป็นหนึ่งเดียวกัน ในอดีตเป็นศูนย์รวมความเลื่อมใสศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่นที่นี่ ผมว่ามีนมีจิตวิญญาณ เราไม่ควรแยกเขาออกจากกัน” ลุงเจ็กเว้นจังหวะและอธิบายว่า เมื่อไม่มีทับหลัง ปราสาทก็ขาดชีวิตชีวาและจิตวิญญาณ<br />
ไม่สามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกในเรื่องคุณค่าทางความงามได้  เปรียบเสมือนการกินอาหารที่จืดชืด  ขาดรสชาติ<br />
“แล้วจะทำอย่างไรล่ะ  จึงจะได้รสชาติ”  ยุกต์ถามแซงขึ้นมา<br />
ลุงเจ็กเสนอแนะว่า  “เมื่อจะบูรณะ  ก็ควรนำทับหลังกลับมาติดไว้ที่เดิมด้วย”<br />
“ทำไม่ได้หรอก”  บุญเพ็ง  ออกความเห็น  กรมฯเขาไม่ยอม<br />
“ทีทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ของพนมรุ้ง  ยังเอากลับมาติดไว้ที่เดิมได้เลย  ทำไมที่นี่จะทำไม่ได้”  ลุงเจ็กเถียง  พร้อมยกตัวอย่าง<br />
“เออ! จริงของลุงแก”  บุญเพ็งเพิ่งนึกขั้นได้<br />
ลุงเจ็กเริ่มติดลม บรรยายต่อไปว่า “โบราณสถานนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน บูรณะแล้วหรือยังก็ตาม จะต้องหาวิธีการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้คนในปัจจุบันให้ได้”<br />
“จะมีวิธีการอย่างไรล่ะลุง”  ยุกต์ถาม<br />
“จะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้  เข้าใจความหมาย  เห็นความสำคัญ  และรู้วิธีการนำมาใช้อย่างเคารพ  อย่างเห็นคุณค่าและความหมาย<br />
ที่สำคัญที่สุด ต้องคืนสมบัติเหล่านี้ให้แก่ชุมชน เพื่อชุมชนจะได้มีส่วนร่วมและมีบทบาทในการดูแลมรดกของชาติของประชาชนและท้องถิ่นร่วมกัน”<br />
บุญเพ็ง  ปรบมือให้กับลุงเจ็ก<br />
“เยี่ยม..เยี่ยมจริงๆ..ลุง”  บุญเพ็งชื่นชมลุกเจ็กอย่างออกหน้า<br />
“แล้วถ้าเกิดหายไปล่ะจะทำอย่างไร”  ยุกต์ทักท้วง<br />
“กลัวแต่จะหายนั่นแหละ  มีความคิดอยู่แต่ว่าเป็นสมบัติของตัวเอง  ก็เลยกลัว”  บุญเพ็งแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว<br />
“ความจริงแล้วมันเป็นสมบัติของชาติของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่นี่ ปัจจุบันองค์การชาวบ้านเขาเข้มแข็งมีความรู้ความเข้าใจในสมบัติส่วนรวมของทิ้งถิ่นดีแล้วปล่อยให้เขาดูแลกันเองได้”&#8230;<br />
“ส่วนเรื่องหายนั้น เป็นเรื่องพ้นยุคสมัยไปแล้ว ตื่นตระหนกกันไปเอง เห็นที่ปราสาทสระกำแพงน้อย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ทับหลังตั้งอยู่หน้าปราสาทไม่เห็นมีใครเอาไป” บุญเพ็ง อธิบายและทำมือไม้ประกอบ<br />
“จริงอย่างแกว่า  มีหลายแห่งที่ทิ้งกองอยู่  กันจะเอาเรื่องนี้ไปคิดดู”<br />
“ไม่เห็นต้องคิดอะไรเลย”  ลุงเจ็กเปรยขึ้นลอยๆ<br />
“แล้วลุงจะให้ทำอย่างไรล่ะ”  ยุกต์ถาม<br />
“นำทับหลังกลับมาไว้ที่เดิมก็สิ้นเรื่อง”<br />
“จะเอาอย่างนั้นเลยหรือลุง”<br />
“ถ้าเห็นว่าสิ่งที่จะทำถูกต้องดีงาม  ก็ต้องทำ  และมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้  ไม่วันใดวันหนึ่ง  มันต้องสำเร็จ”<br />
“ได้  ลุงเจ็ก  เอาอย่างนั้นก็ได้”<br />
เท่านั้นเอง  ลุงเจ็กถึงกับยิ้มออก  ดวงตามีประกายสดใสแสดงถึงความหวังอย่างเห็นได้ชัด<br />
“เออ!มันต้องอย่างนั้นซิวะเพื่อน”  บุญเพ็งพลอยดีอกดีใจไปกับลุงเจ็ก  และรู้สึกภูมิใจในตัวยุกต์ขึ้นมาทันที<br />
“นานๆ  เราจะมีความคิดตรงกัน  ต้องฉลองกันหน่อย”<br />
“เอ้า!  ยกแก้ว”  บุญเพ็งเชิญชวน<br />
ทั้งสามคนยกแก้วขึ้นชนกัน  ดื่มรวมเดียวหมด  คืนนั้นเราชนแก้วกันซ้ำซาก  อย่างมีความสุขสนุกสนานและอบอุ่นใจ</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-04-05/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-04-05/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 6 และ ตอนที่ 7</title>
		<link>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-06-07/</link>
		<comments>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-06-07/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Jul 2008 22:00:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pixelbar</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลุงเจ็ก กู่สวนแตง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=156</guid>
		<description><![CDATA[ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 6 สายมากแล้ว ดวงตะวันโผล่พ้นยอดไม้สูงขึ้นไป วันนี้อากาศสดชื่นแจ่มใส แสงแดดกล้าทาบทับองค์ปราสาททอดเป็นเงาคมชัดไปบนพื้นหญ้าที่เขียวสด บุญเพ็งและยุกต์เพิ่งจะตื่น ความจริงเขาอยากจะนอนต่อ แต่การงานที่รออยู่ จึงทำอย่างที่ใจต้องการไม่ได้ เมื่อคืนเขาไม่รู้ว่าอยู่กันดึกดื่นเท่าไร ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าลุกเจ็กแกลุกไปตั้งแต่เมื่อไร ที่รู้คือทุกคนสนุกสนานเป็นกันเอง พูดคุยถูกหูถูกคอกันดี เจ้ายุกต์ที่เคยเสียงแข็งไม่ยอมนำทับหลังกลับมาติดตั้งไว้ที่เดิมก็เสียง อ่อนลงและทำท่าเห็นดีเห็นงานไปด้วยดัน หรือยุกต์อาจเออออห่อหมกไปกับลุงเจ็ก เพราะเกรงใจก็ได้ มันเป็นคนอย่างนั้นอยู่ด้วย หลังจากช่วยกันเก็บสัมภาระแล้ว จึงออกไปหากินอาหารเช้า เสร็จแล้วกลับเข้าไปสำรวจ สเก็ตคร่าวๆ และบันทึกประเด็นสำคัญๆ ตกบ่ายทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ก่อนกลับบุรีรัมย์ บุญเพ็งพายุกต์ไปดูกู่ฤาษีหรืออโรคยาศาลา สุขศาลาชุมชนในอดีต ซึ่งเป็นปราสาทก่อด้วยศิลาแลง ที่บ้านกุฏิฤาษี หนอกเยือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกู่สวนแตงด้วย เผื่อมีงบประมาณเหลือจะได้บูรณะไปพร้อมกัน ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของที่นี่อย่างยิ่ง ตอนค่ำ บุญเพ็ง ไปส่งยุกต์ขึ้นรถด่วนกลับกรุงเทพฯ เขาอยากจะถามใจยุกต์เกี่ยวกับทับหลังเหมือนกัน &#8230; <a href="http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-06-07/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 6 </strong></p>
<p>สายมากแล้ว ดวงตะวันโผล่พ้นยอดไม้สูงขึ้นไป วันนี้อากาศสดชื่นแจ่มใส แสงแดดกล้าทาบทับองค์ปราสาททอดเป็นเงาคมชัดไปบนพื้นหญ้าที่เขียวสด บุญเพ็งและยุกต์เพิ่งจะตื่น ความจริงเขาอยากจะนอนต่อ แต่การงานที่รออยู่ จึงทำอย่างที่ใจต้องการไม่ได้<br />
เมื่อคืนเขาไม่รู้ว่าอยู่กันดึกดื่นเท่าไร ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าลุกเจ็กแกลุกไปตั้งแต่เมื่อไร ที่รู้คือทุกคนสนุกสนานเป็นกันเอง พูดคุยถูกหูถูกคอกันดี เจ้ายุกต์ที่เคยเสียงแข็งไม่ยอมนำทับหลังกลับมาติดตั้งไว้ที่เดิมก็เสียง อ่อนลงและทำท่าเห็นดีเห็นงานไปด้วยดัน หรือยุกต์อาจเออออห่อหมกไปกับลุงเจ็ก เพราะเกรงใจก็ได้ มันเป็นคนอย่างนั้นอยู่ด้วย<br />
หลังจากช่วยกันเก็บสัมภาระแล้ว จึงออกไปหากินอาหารเช้า เสร็จแล้วกลับเข้าไปสำรวจ สเก็ตคร่าวๆ และบันทึกประเด็นสำคัญๆ ตกบ่ายทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย<br />
ก่อนกลับบุรีรัมย์ บุญเพ็งพายุกต์ไปดูกู่ฤาษีหรืออโรคยาศาลา สุขศาลาชุมชนในอดีต ซึ่งเป็นปราสาทก่อด้วยศิลาแลง ที่บ้านกุฏิฤาษี หนอกเยือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกู่สวนแตงด้วย เผื่อมีงบประมาณเหลือจะได้บูรณะไปพร้อมกัน ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของที่นี่อย่างยิ่ง<br />
ตอนค่ำ บุญเพ็ง ไปส่งยุกต์ขึ้นรถด่วนกลับกรุงเทพฯ เขาอยากจะถามใจยุกต์เกี่ยวกับทับหลังเหมือนกัน แต่ไม่อยากรบเร้าตอนนี้ ส่วนใจคิดถึงลุงเจ็ก เสียดายที่ไม่รูว่าบ้านแกอยู่ตรงไหน มัวแต่เมาเลยลืมถาม แต่ไม่เป็นไรกลับไปถามเขาแถวนั้นคงจะรู้จัก ลุงเจ๊กแกมีความรู้และแนวคิดที่น่าสนใจ</p>
<p><span id="more-156"></span><br />
สรยุกต์ ทองไทร กลับไปกรุงเทพฯ สองอาทิตย์แล้วบุญเพ็งยังไม่มีโอกาสไปกู่สวนแตงอีก เพราะการงานรัดตัว แต่รู้สึกว่าหลังจากคุยกับลุงเจ็กแล้วจิตใจเขาฝังแน่นอยู่กับ ทับหลังกู่สวนแตงที่จะต้องหาวิธีเอากลับมาไว้ที่เดิมให้ได้<br />
และอีกสองสามวันต่อมา บุญเพ็งก็ได้รับแฟ็กซ์จากยุกต์อีก ยุกต์บอกว่า ตั้งแต่กลับจากบุรีรัมย์ รู้สึกไม่ค่อยสบาย ป่วย ตกค่ำจะต้องมีอาการปวดหัวตัวร้อนอยู่เป็นประจำทุกวัน แต่ไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ ไปหาหมอ หมอไม่เห็นบอกอะไร จัดยามาให้กิน ก็ยังไม่หายสักที ถ้าแกว่างมาเยี่ยมบ้าง คิดถึง<br />
บุญเพ็งเลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ  ด้วยเป้าหมายสองอย่างคือ  เยี่ยมเจ้ายุกต์  และติดตามเรื่องการบูรณะกู่สวนแตง<br />
ทั้งคู่พบกันที่สวนอาหารในห้างสรรพสินค้า  ตอนบ่ายๆ โต๊ะว่างเยอะแยะ  คุยกันได้อย่างสบายๆ<br />
“เป็นอย่างไรบ้านอาการป่วย”  บุญเพ็งถาม<br />
“กลับมาแย่เลย  ทุกเย็นจะครั่นเนื้อครั่นตัว  ปวดหัวตัวร้อน  นอนไม่หลับ  น้ำหนักลดลงไปหลายกิโล  ที่สำคัญ  มักจะฝันประหลาดๆ”<br />
“แกไปทำอะไรผิดที่ผิดทางมาหรือเปล่า”  บุญเพ็งซักไซ้<br />
“บ้า..ไม่มีหรอก”  ยุกต์ยืนยันขันแข็ง<br />
“แล้วเรื่องที่แกรับปากรับคำกับลุงเจ็กล่ะ”  บุญเพ็งทบทวนความจำยุกต์<br />
“รับปากแกเรื่องอะไรกัน”  ยุกต์  ทำท่าทางสงสัย<br />
“รับปากว่าจะดำเนินการเรื่องเอาทับหลังกลับคืนไปไว้ที่เดิมไงล่ะ”<br />
“กันก็ว่าไปอย่างนั้นแหละ” ยุกต์หัวเราะเบา ๆ “เกรงใจลุงแก พอดีลุงแกพูดเชิงท้าทายด้วย แกรู้อยู่แล้วนี่ว่าเรื่องนี้กรมฯไม่ยอมเด็ดขาด”<br />
“แกต้องพยายามหน่อยซิ ถ้าเห็นว่าสิ่งที่จะทำถูกต้องดีงาน ก็ต้องทำ และมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ จำไม่ได้รึ ลุงเจ็กแกว่าอย่างนั้น ส่วนจะได้ผลหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แกมีระดับเหมือนกันนี่ เขาอาจจะฟังก็ได้” บุญเพ็งเสนอแนะ<br />
“อย่าไปสนใจกับลุกเจ็ก  ลุกจั๊ก  อะไรนั่นดีกว่า  แกเป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ”<br />
“แต่ลุงเจ็กแกมีความรู้นะ  อย่าไปดูถูกแก  ความคิดความอ่านใช้ได้ถือเป็นปราชญ์ท้องถิ่น<br />
กันนับถือแกมากเลย”  บุญเพ็งโต้<br />
“แกจะนับถืออะไรเป็นเรื่องของแก  กันไม่เกี่ยว”<br />
“แต่กันเห็นด้วยกับแนวคิดของแกเรื่องเอาทับหลังกลับคืน ที่มานี่นอกจากจะมาเยี่ยมแกแล้ว กะจะถามเรื่องทับหลังด้วยนะ ว่าแกจะเอาอย่างไร” บุญเพ็งถามแบบคาดคั้นคำตอบ<br />
“เออ! เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลา เก็บไว้คุยกันใหม่คืนนี้ดีกว่า” ยุกต์พูดเสียงอ่อนลง เมื่อเห็นบุญเพ็งเอาจริงเอาจัง<br />
“ได้  ตามใจแก”  บุญเพ็งรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์<br />
“งั้นตอนนี้ยังพอมีเวลา  ไปดูทับหลังกู่สวนแตงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกันเถอะ  เห็นลุงแกคุยนักหนาว่าเยี่ยม”  บุญเพ็งชวน<br />
เออดีเหมือนกัน</p>
<p><strong>ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 7 </strong></p>
<p>แล้วยุกต์กับบุญเพ็งพากันไปที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร พวกเขาตรงไปยังตึกที่มีการจัดแสดงศิลปะแบบเขมร ที่นั่นมีเทวรูปและทับหลังจากปราสาทต่าง ๆ หลายชิ้น เช่น จากปราสาทพนมวัน นครราชสีมา แต่ชิ้นที่จะไปดูนั้น เป็นทับหลังจากกู่สวนแตง<br />
ตอนนี้ทั้งบุญเพ็งและยุกต์มายืนอยู่ตรงหน้าทับหลังเรื่องนารายณ์บรรทมสินธุ์ และอยู่ดี ๆ ยุกต์ก็มีท่าทางตกใจกลัว ถึงกับผงะถอยออกมา ดวงตาเบิกกว้าง หน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโป้ง ๆ ผุดออกมาเต็มหน้า ทำท่าจะล้มลง<br />
บุญเพ็ง และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ฯ ที่ดูแลอยู่แถวนั้นต้องเข้าช่วยประคองและพายุกต์ไปที่ห้องพักใกล้ ๆ บุญเพ็งใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อให้ยุกต์ เจ้าหน้าที่ช่วยพัดและให้ยาดม<br />
สักครู่ยุกต์จึงรู้สึกตัว<br />
“เป็นอย่างไรบ้าง  ค่อยยังชั่วหรือยัง”  บุญเพ็งถามอย่างเป็นห่วง<br />
“ดีขึ้นแล้วละ”  ยุกต์ตอบเบา ๆ  หน้ายังซีดและปรากฏร่องรอยของความหวาดกลัว<br />
“เออ!  บุญเพ็ง  เมื่อกี้แกเห็นอะไรหรือเปล่าวะ”  ยุกต์กระซิบ<br />
“เห็นอะไร  ที่ไหน”  บุญเพ็ง  ทำหน้าสงสัย<br />
“ในทับหลังไงล่ะ  คนที่นั่งอยู่น่ะ  มันลุงเจ็กชัด ๆ<br />
ไม่ว่าจะหน้าตา  ท่าทาง  หรือเครื่องแต่งกาย”<br />
“แกถ้าจะบ้า  กันไม่เห็นมีอะไรเลย  พิษไข้คงจะขึ้น”<br />
“ไม่ใช่พิษไข้หรอก  กันเห็นจริง ๆ “  ยุกต์เถียง<br />
“แกคงจะเหนื่อยมาก  กลับบ้านไปพักผ่อนกันดีกว่า  เดี๋ยวจะไปกันใหญ่”  บุญเพ็งสรุป  สีหน้าวิตกกังวล<br />
“ยังไม่กลับหรอก”  ยุกต์ปฏิเสธ<br />
“แกช่วยไปหาซื้อพวงมาลัยให้ซักพวงซิ”<br />
“แกจะเอามาทำอะไร”  บุญเพ็งถามอย่างสงสัย<br />
“ช่างเถอะ  ไม่ต้องถามหรอก  ไปซื้อมาก็แล้วกัน”<br />
“ได้..แล้วแต่แก”<br />
ยุกต์ให้บุญเพ็งพากลับไปที่ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากกู่สวนแตงอีกครั้ง เขาค่อย ๆ วางพวงมาลัยไว้ที่มุมทับหลังด้วยมืออันสั่นเทา พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ<br />
“ลุงเจ็กครับ  ผมสัญญา  ผมจะพาลุงกลับบ้านให้ได้”</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-06-07/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wisut.net/short-story/uncle-jek-06-07/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

