
เขาค่อย ๆ วางพวงมาลัยไว้ที่มุมทับหลังด้วยมืออันสั่นเทา พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“ลุงเจ็กครับ ผมสัญญา ผมจะพาลุงกลับบ้านให้ได้”
ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 1
ฟ้าสางแล้ว เสียงไก่ยังคงขันขานรับสลับกัน แสงทองเจิดจ้าปรากฏที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก รถขนขยะวิ่งมาจอดเก็บขยะจากถังข้างถนนหน้าบ้าน เสียงโยนขยะเข้าไปในรถ คนเก็บขยะตะโกนสั่งโชเฟอร์ว่า “ไป” รถก็วิ่งออกไป เป็นกิจวัตรเกือบทุกเช้าของที่นี่
บุญเพ็ง สูงกระโทก มองออกไปนอกหน้าต่าง ดิกอินทนิลสีม่วงแดงอมชมพูแกมขาวชูช่อเด่นแข่งกับใบ พื้นดินยังชุ่มฉ่ำจากฝนที่ตกหนักมาเมื่อสองสามวันก่อน มะม่วงที่เพิ่งปลูกไว้สำลักน้ำจนทำท่าจะไปไม่รอด แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่อย่างอดทน
บุญเพ็ง ตื่นแต่เช้าเป็นปรกติ เขาจะวิ่งเพื่อออกกำลังกายสักรอบสองรอบ เพื่อสุขภาพซึ่งเขามีคำขวัญประจำตัวว่า “สติปัญญาจะไม่มีความหมาย ถ้าร่างกายมีปัญหา”
เมื่อวิ่งเสร็จจึงกลับมาดูแลต้นหมากรากไม้ อาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวไปทำงาน “วันนี้สอนแต่เช้าด้วย ต้องรีบไปเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อม” เขาคิดไปเรื่อยๆ
บุญเพ็ง สูงกระโทก เป็นครูสอนวิชาศิลปะ วัย 40 เศษ รูปร่างสันทัด ผิวค่อนข้างคล้ำ หน้าตากร้านแดด บ่งบอกว่าเป็นคนท้องถิ่นอีสาน เขาเป็นคนคุยสนุก อารมณ์ดี ศึกษาหาความรู้และพัฒนาการเรียนการสอนให้ทันสมัย มีวิญญาณของความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม
เมื่อบุญเพ็งไปถึงที่ทำงาน เขาได้รับแฟ็กซ์ ที่ส่งมาจากกรุงเทพฯ เป็นแฟ็กซ์จาก ยุกต์ เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานหลายปีดีดักแล้ว ยุกต์บอกว่าจะมาบุรีรัมย์ มารถด่วนถึงพรุ่งนี้เช้าประมาณตีสี่ ให้ไปรับที่สถานีรถไฟ
ยุกต์ บอกอยากจะดูสิ่งที่น่าสนใจในตัวเมืองก่อน บ่ายๆ จะไปกู่สวนแตง พัก 1 คืน ช่วยเตรียมการให้ด้วย
บุญเพ็ง อ่านแฟกซ์แล้วพับเก็บใส่กระเป๋า เขาคิดถึงเพื่อนที่จะมาหา ยุกต์ หรือสรยุกต์ ทองไทร ชายไทยวัยเดียวกับเขา รูปรางสูงผอมเกร็ง ผิวเนื้อดำแดง ผมดำหยักศก เขาเป็นคนกรุงเทพฯ ยังเป็นโสด
Read the rest of this entry »
Share on Facebook
ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ สถานที่ที่ไม่เคยหลับ ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ ทั้งผู้โดยสาร คนถีบสามล้อ คนขับรถมาเตอร์ไซด์รับจ้าง บางคนซุกตัวนอนตามม้านั่งของสถานีหลับเพื่อตื่นรับวันใหม่ที่หวังว่าจะดีกว่าเก่า นี่แหละวิถีชีวิตของผู้ยากไร้
รถด่วนเที่ยวขึ้นกรุงเทพฯ นครราชสีมาปลายทางอุบลราชธานี แล่นอย่างช้าๆ เข้าที่
ชานชาลาตรงตามเวลาพอดี ที่ตู้นอนท้ายขบวน มีชายผอมสูง ใส่เสื้อกันหนาวสีดำ หิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาคนเดียว บุญเพ็งเห็นแต่ไกลก็จำได้ว่าเป็น ยุกต์ เขาโบกมือส่งสัญญาณให้รู้ว่ารออยู่ตรงนี้ พร้อมทั้งเดินเข้าไปหา ต่างดีอกดีใจจับไม้จับมือทักทายและโอบกอดกันอย่างรักใคร่สนิทสนม
“เป็นอย่างไรบ้าง การเดินทาง” บุญเพ็งถาม
“สบายมากเลย ที่หลับที่นอนสะอาดสะอ้าน
ที่ดีมากคือมีบริการปลุกเมื่อถึงจุดหมายปลายทางด้วยเลยทำให้นอนหลับอย่างสบาย ไม่ต้องมัวกังวล”
“เขาทำอย่างนี้มานานแล้ว” บุญเพ็งหัวเราะในลำคอ “แกไม่ค่อยได้ใช้บริการเอง เลยไม่รู้
เรื่อง”
“เป็นอันว่าดีก็แล้วกัน” ยุกต์สรุป
และชมเชยการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นปรกตินิสัยของยุกต์
“แล้วแกละ เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือ?” ยุกต์ถาม
Read the rest of this entry »
Share on Facebook
ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 4
เมื่อกินอาหารเช้ากันอิ่มหนำสำราญดีแล้ว บุญเพ็งพายุกต์ไปที่วงเวียนสี่แยกถนนสายบุรีรัมย์-สตึก ตัดกับถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย สถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้ก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์
บุญเพ็งและยุกต์เดินขึ้นไปบนฐานพระบรมรูปฯ และนั่งลงสักการะ
ยุกต์ถามว่า “ทำไมถึงตั้งตรงกลางวงเวียนล่ะ”
“ไม่รู้ซิ ไม่รู้พวกเขาคิดกันอย่างไร”
“ต่อไปต้องมีปัญหาเรื่องการจราจรแน่ๆ เลย” ยุกต์คาดการณ์
“ไม่ต้องต่อไปหรอก ตอนนี้ก็มีแล้ว เวลาจัดพิธี รถติดกันเป็นแถวเลย แต่คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วละ” บุญเพ็งสรุป
บุญเพ็งเล่าให้ยุกต์ฟังว่า พระบรมราชานุสาวรีย์ฯนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนิน มาทรางวางศิลาฤกษ์ เมื่อเดือน เมษา 38
และต่อมาเมื่อเดือนกรกฎา 41 ได้ทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณและอัญเชิญพระบรมรูปฯ ขึ้นประดิษฐาน แต่ได้เปลี่ยนการหันหันพระพักตร์ของพระบรมรูปฯ จากหันพระพักตร์ออกนอกเมือง เป็นหันพระพักตร์เข้าเมือง ประชาชนเลยพากันคัดค้าน และกล่าวหาว่าจังหวัดฯเอาใจนักการเมืองพรรครัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้หนังสือพิมพ์ลงข่าวต่อเนื่องกันหลายวัน
“กันได้ติดตามข่าวอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เคยรู้รายละเอียด”.. เออ! แล้วผู้ว่าฯท่านว่าอย่างไรล่ะ?”
“ท่านเองไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงใช้วิธีทำหนังสือขอคำปรึกษาไปยังกรมศิลปากร กรมฯยืนยันมาว่าควรหันพระพักตร์เข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ เท่านั้นก็จบ ท่านทำได้แค่นั้น”
“ความจริงท่านน่าจะทำประชาพิจารณ์นะ” ยุกต์พูดเชิงเสนอแนะ…”แล้วอธิบดีกรมศิลปากรล่ะ ท่านว่าอย่างไรบ้าง”
“ท่านยอมรับว่า มีการเปลี่ยนทิศทางการหันพระพักตร์ของพระบรมราชานุสาวรีย์ฯจริง แต่ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงเข้าหาบ้านนักการเมืองใหญ่ อย่างที่โจญขานกัน แต่เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ โดยมีท่าเป็นประธาน
ท่านบอกว่า ตอนแรกคณะกรรมการมีความเห็นให้หันพระพักตร์พระบรมราชานุสาวรีย์ฯไปทางประเทศกัมพูชา เพื่อสื่อความหมายว่า รัชกาลที่ 1 เป็นผู้นำกองทัพไทยไปสู้รบเขมร ถือเป็นการสดุดีวีรกรรม แต่ต่อมาคณะกรรมการฉุกคิดว่าการหันพระพักตร์ไปทางประเทศกัมพูชาเป็นการทำร้ายจิตใจประเทศเพื่อบ้านเกินไป จะทำให้เขารู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจ บรรพบุรุษรบแพ้ไทย แล้วคนในรุ่นปัจจุบันจะมาเหยียบย่ำซ้ำเติมอีก ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษามิตรภาพระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ด้านการค้า คณะกรรมการจึงมีมติเปลี่ยนให้หันพระพักตร์เข้าเมืองบุรีรัมย์แทน”
Read the rest of this entry »
Share on Facebook
Posted by pixelbar | Posted in ลุงเจ็ก กู่สวนแตง, เรื่องสั้น | Posted on 09-07-2008
ลุงเจ็ก กู่สวนแตง ตอนที่ 6
สายมากแล้ว ดวงตะวันโผล่พ้นยอดไม้สูงขึ้นไป วันนี้อากาศสดชื่นแจ่มใส แสงแดดกล้าทาบทับองค์ปราสาททอดเป็นเงาคมชัดไปบนพื้นหญ้าที่เขียวสด บุญเพ็งและยุกต์เพิ่งจะตื่น ความจริงเขาอยากจะนอนต่อ แต่การงานที่รออยู่ จึงทำอย่างที่ใจต้องการไม่ได้
เมื่อคืนเขาไม่รู้ว่าอยู่กันดึกดื่นเท่าไร ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าลุกเจ็กแกลุกไปตั้งแต่เมื่อไร ที่รู้คือทุกคนสนุกสนานเป็นกันเอง พูดคุยถูกหูถูกคอกันดี เจ้ายุกต์ที่เคยเสียงแข็งไม่ยอมนำทับหลังกลับมาติดตั้งไว้ที่เดิมก็เสียง อ่อนลงและทำท่าเห็นดีเห็นงานไปด้วยดัน หรือยุกต์อาจเออออห่อหมกไปกับลุงเจ็ก เพราะเกรงใจก็ได้ มันเป็นคนอย่างนั้นอยู่ด้วย
หลังจากช่วยกันเก็บสัมภาระแล้ว จึงออกไปหากินอาหารเช้า เสร็จแล้วกลับเข้าไปสำรวจ สเก็ตคร่าวๆ และบันทึกประเด็นสำคัญๆ ตกบ่ายทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย
ก่อนกลับบุรีรัมย์ บุญเพ็งพายุกต์ไปดูกู่ฤาษีหรืออโรคยาศาลา สุขศาลาชุมชนในอดีต ซึ่งเป็นปราสาทก่อด้วยศิลาแลง ที่บ้านกุฏิฤาษี หนอกเยือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกู่สวนแตงด้วย เผื่อมีงบประมาณเหลือจะได้บูรณะไปพร้อมกัน ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของที่นี่อย่างยิ่ง
ตอนค่ำ บุญเพ็ง ไปส่งยุกต์ขึ้นรถด่วนกลับกรุงเทพฯ เขาอยากจะถามใจยุกต์เกี่ยวกับทับหลังเหมือนกัน แต่ไม่อยากรบเร้าตอนนี้ ส่วนใจคิดถึงลุงเจ็ก เสียดายที่ไม่รูว่าบ้านแกอยู่ตรงไหน มัวแต่เมาเลยลืมถาม แต่ไม่เป็นไรกลับไปถามเขาแถวนั้นคงจะรู้จัก ลุงเจ๊กแกมีความรู้และแนวคิดที่น่าสนใจ
Read the rest of this entry »
Share on Facebook