<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ &#187; เทพเจ้าฮินดู</title>
	<atom:link href="http://www.wisut.net/category/hindo-god/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.wisut.net</link>
	<description>Wisut Pinyowanichaka &#124; My Open Profile Online</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Jan 2012 13:42:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.3</generator>
		<item>
		<title>อ้ายก๊วก</title>
		<link>http://www.wisut.net/hindo-god/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.wisut.net/hindo-god/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2009 11:59:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การ์ตูนวิสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[มลทินกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เทพเจ้าฮินดู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=1556</guid>
		<description><![CDATA[วิสุทธิ์ ตูน 27  มีนาคม 2552 โพสต์ทูเดย์ 24 มีนาคม 2552 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ยืนยันในข้อเท็จจริงทุกประการที่พูดในเวทีเสื้อแดง “ท่านบอกว่าคนเราเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับ และท่านจะพูดอีกครั้งในวันที่ 27 มี.ค. ระหว่างการชุมนุมใหญ่เสื้อแดง โดยเนื้อหาจะเป็นการเสนอทางออกของประเทศไทยที่จะพ้นวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมในขณะนี้ไปได้” นายณัฐวุฒิ กล่าว Share on Facebook]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิสุทธิ์ ตูน  27  มีนาคม  2552</p>
<p><a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2009/03/cars161.jpg" rel='lytebox[%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%81]'><img class="alignnone size-medium wp-image-1557" title="cars161" src="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2009/03/cars161.jpg" alt="" width="483" height="323" /></a></p>
<p>โพสต์ทูเดย์ 24  มีนาคม 2552</p>
<p>นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ยืนยันในข้อเท็จจริงทุกประการที่พูดในเวทีเสื้อแดง</p>
<p>“ท่านบอกว่าคนเราเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับ และท่านจะพูดอีกครั้งในวันที่ 27 มี.ค. ระหว่างการชุมนุมใหญ่เสื้อแดง โดยเนื้อหาจะเป็นการเสนอทางออกของประเทศไทยที่จะพ้นวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมในขณะนี้ไปได้” นายณัฐวุฒิ กล่าว</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://www.wisut.net/hindo-god/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%81/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wisut.net/hindo-god/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%a7%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระพิฆเนศวร</title>
		<link>http://www.wisut.net/hindo-god/ganesh/</link>
		<comments>http://www.wisut.net/hindo-god/ganesh/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Jul 2008 01:45:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทพเจ้าฮินดู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=107</guid>
		<description><![CDATA[พระพิฆเนศวร เทพแห่งความสำเร็จ พระพิฆเนศวร, พระพิฆเนศ, หรือ คณปติ และมีพระนามอื่นๆอีกมากมาย เป็นเทพเจ้าในศาสนาพราหม์หรือฮินดู เป็นเทพแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง เป็นเทพแห่งอุปสรรค์ทั้งปวง อาจบันดาลให้เกิดอุปสรรค์ หรือทำลายได้ หมายความว่าสามารถขจัดอุปสรรค์ต่างๆให้กับการกระทำที่ดีงาม และสร้างอุปสรรค์ขัดขวางการกระทำและความคิดที่ชั่วร้าย กำเนิดพระพิฆเนศ การกำเนิดพระพิฆเนศ มีหลายคัมภีร์ มีรายละเอียดแตกต่างกัน คัมภีร์ศิวะปุรณะกล่าวว่า พระนางปราวตีพระมเหสีของพระศิวะนำเหงื่อไครปั้นเป็นบุรุษรูปงาม ยืนเฝ้าทวารไม่ให้ใครเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต วันหนึ่งพระศิวะเสด็จมาหาพระนางปาราวตี พระพิฆเนศไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงไม่อนุญาตให้เข้า พระศิวะโกรธพุ่งตรีศูลตัดเศียรพระพิฆเนศขาด จึงเกิดการต่อสู้กันใหญ่โตระหว่างเทพบุตรและเทพนารี ทำให้ฤษีนารทะต้องมาเจรจาสงบศึก พระนางบอกว่าจะสงบศึกได้ก็ต่อเมื่อลูกของพระนางพื้นขึ้นเท่านั้น พระศิวะจึงสั่งให้เทวดาไปเอาเศียรของสิ่งที่มีชีวิตสิ่งแรกที่พบเห็นมาต่อ เทวดาไปได้เศียรช้างงาหักข้างหนึ่ง เมื่อต่อและฟื้นขึ้นแล้ว ทราบว่าพระศิวะเป็นพระบิดา ก็ขอโทษที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ พระศิวะพอใจจึงประทานพรให้มีอำนาจเหนือเหล่ามหาเทพและภูติผีทั้งหลาย และแต่งตั้งให้เป็นคณปติ ลักษณะของพระพิฆเนศ มีร่างกายเป็นมนุษย์ อ้วน &#8230; <a href="http://www.wisut.net/hindo-god/ganesh/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/kanes-51.jpg" rel='lytebox[ganesh]'><br />
<img class="alignnone size-full wp-image-108" style="float: left; margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="kanes-51" src="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/kanes-51.jpg" alt="" width="100" height="177" /></a></p>
<h3><span style="color: #003366;">พระพิฆเนศวร</span></h3>
<h3><span style="color: #003366;">เทพแห่งความสำเร็จ</span></h3>
<p>พระพิฆเนศวร, พระพิฆเนศ, หรือ คณปติ และมีพระนามอื่นๆอีกมากมาย เป็นเทพเจ้าในศาสนาพราหม์หรือฮินดู เป็นเทพแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง เป็นเทพแห่งอุปสรรค์ทั้งปวง อาจบันดาลให้เกิดอุปสรรค์ หรือทำลายได้ หมายความว่าสามารถขจัดอุปสรรค์ต่างๆให้กับการกระทำที่ดีงาม และสร้างอุปสรรค์ขัดขวางการกระทำและความคิดที่ชั่วร้าย</p>
<p><span id="more-107"></span></p>
<p><span style="color: #003366;"> กำเนิดพระพิฆเนศ</span></p>
<p>การกำเนิดพระพิฆเนศ มีหลายคัมภีร์ มีรายละเอียดแตกต่างกัน คัมภีร์ศิวะปุรณะกล่าวว่า พระนางปราวตีพระมเหสีของพระศิวะนำเหงื่อไครปั้นเป็นบุรุษรูปงาม  ยืนเฝ้าทวารไม่ให้ใครเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต วันหนึ่งพระศิวะเสด็จมาหาพระนางปาราวตี พระพิฆเนศไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงไม่อนุญาตให้เข้า  พระศิวะโกรธพุ่งตรีศูลตัดเศียรพระพิฆเนศขาด จึงเกิดการต่อสู้กันใหญ่โตระหว่างเทพบุตรและเทพนารี ทำให้ฤษีนารทะต้องมาเจรจาสงบศึก พระนางบอกว่าจะสงบศึกได้ก็ต่อเมื่อลูกของพระนางพื้นขึ้นเท่านั้น  พระศิวะจึงสั่งให้เทวดาไปเอาเศียรของสิ่งที่มีชีวิตสิ่งแรกที่พบเห็นมาต่อ เทวดาไปได้เศียรช้างงาหักข้างหนึ่ง เมื่อต่อและฟื้นขึ้นแล้ว ทราบว่าพระศิวะเป็นพระบิดา ก็ขอโทษที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ พระศิวะพอใจจึงประทานพรให้มีอำนาจเหนือเหล่ามหาเทพและภูติผีทั้งหลาย  และแต่งตั้งให้เป็นคณปติ</p>
<p><a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/kanes-32.jpg" rel='lytebox[ganesh]'><img class="alignnone size-medium wp-image-113" style="float: left; margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="kanes-32" src="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/kanes-32-194x300.jpg" alt="" width="109" height="169" /></a></p>
<p><span style="color: #003366;"> ลักษณะของพระพิฆเนศ</span></p>
<p>มีร่างกายเป็นมนุษย์ อ้วน เตี้ย มีเศียรเป็นช้าง งาข้างหนึ่งหัก กายสีแดง ส่วนใหญ่จะอยู่ในอริยาบทนั่งหรือยืน มี 2 หรือ 4 กร พระหัตถ์หน้าขวาถืองาที่หัก พระหัตถ์หลังขวาถือตรี พระหัตถ์หน้าซ้ายถือขนม (ขนมโมทกะ ขนมต้ม) พระหัตถ์หลังซ้ายถือบ่วงบาศ มีหนูเป็นพาหนะ</p>
<p>พระพิฆเนศทรงเป็นสัญญลักษณ์แห่งความรู้และปัญญาอันยิ่งใหญ่ ร่างกายแต่ละส่วนแสดงความหมายเชิงปรัชญา ดังนี้<br />
พระวรกายที่อ้วนพี หมายถึงความอุดมสมบูรณ์<br />
พระเศียรเป็นช้าง  หมายถึงผู้มีปัญญามาก<br />
พระเนตร์ที่เล็กสามารถมองแยกแยะสิ่งผิดถูก<br />
พระกรรณและงวงที่ใหญ่ หมายถึงสัมผัส พิจารณาที่ดีเลิศ<br />
พาหนะ คือ หนู หมายถึง ความคิดที่พุ่งพล่านรวดเร็ว<br />
เหมือนใจมนุษย์ที่พุ่งพล่านรวดเร็ว  ดังนั้นมนุษย์จึงต้องมีปัญญากำกับ ควบคุมใจให้คิดและทำแต่สิ่งที่ดีงาม</p>
<p><span style="color: #003366;"> การบูชาพระพิฆเนศ</span></p>
<p>นิยมบูชาวันแรม 4 ค่ำ ของทุกเดือน โดยเฉพาะเดือน 10 ถือว่าเป็นวันคล้ายวันประสูติ ของที่บูชาประกอบด้วย ดอกไม้แดงเหลือง มะพร้าวห่อด้วยผ้าแดง ผลไม้ประกอบด้วย กล้วย อ้อย ข้าวตอก หญ้าแพรก ขนมโมทกะ</p>
<p><span style="color: #003366;"> มนตร์บูชา</span></p>
<p>มนตร์บูชาที่สำคัญและนิยมได้แก่<br />
“โอม ศรี คเณศายะ นะมะหะ”</p>
<p>พระพิฆเนศวร<br />
เทพแห่งความสำเร็จ</p>
<p><a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/kanes-11.jpg" rel='lytebox[ganesh]'><img class="alignnone size-medium wp-image-114" style="float: left; margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="kanes-11" src="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/kanes-11-190x300.jpg" alt="" width="113" height="179" /></a></p>
<p>“ ผู้ใดต้องการความสำเร็จให้บูชาพระพิฆเนศ”</p>
<p>“ผู้ใดต้องการพ้นจากความขัดข้องทั้งปวง ให้บูชาพระพิฆเนศ”</p>
<p>“ไม่ว่าจะกระทำการสิ่งใดหรือทำพิธีบูชาใดๆ ให้บูชาพระพิฆเนศก่อนทำการทั้งปวง”</p>
<p>ภาพ / Museum Shop bangkok</p>
<p>สนใจเช่าไว้บูชา ติดต่อที่  โทร 0817017374</p>
<p><a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/museum.jpg" rel='lytebox[ganesh]'><img class="alignnone size-medium wp-image-123" title="museum" src="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/museum.jpg" alt="" width="96" height="34" /></a></p>
<p><a href="http://www.wisut.net/wp-content/uploads/2008/07/kanes-32.jpg" rel='lytebox[ganesh]'><br />
</a></p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://www.wisut.net/hindo-god/ganesh/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wisut.net/hindo-god/ganesh/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มารู้จักเทพเจ้าฮินดูกันเถอะ</title>
		<link>http://www.wisut.net/hindo-god/get-start-with-hindo-god/</link>
		<comments>http://www.wisut.net/hindo-god/get-start-with-hindo-god/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Jul 2008 14:54:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทพเจ้าฮินดู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[“ทั้งนี้เพราะเทพเจ้ามิเคยปฏิเสธให้มนุษย์ต้องได้รับความเจ็บซ้ำน้ำใจ ทุกครั้ง ที่มนุษย์ได้รับความเดือนร้อน หาที่พึ่งหรือขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ด้วยกันเองไม่ได้ ก็จะยกมือขึ้นขอความช่วยเหลือจากเทพเจ้า และก็ไม่เคยผิดหวัง ได้รับความสุขทางใจไปทุกครั้งและทุกผู้ทุกนาม” มารู้จักเทพเจ้าฮินดูกันเถอะ เทพเจ้านั้นมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่เริ่มต้น เชื่อกันว่า เทพเจ้าให้ทั้งคุณและโทษ ในทางที่เป็นคุณดูเหมือนว่า เทพเจ้าจะเป็นที่พึ่งที่มนุษย์ให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะเทพเจ้ามิเคยปฏิเสธให้มนุษย์ต้องได้รับความเจ็บซ้ำน้ำใจ ทุกครั้ง ที่มนุษย์ได้รับความเดือนร้อน หาที่พึ่งหรือขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ด้วยกันเองไม่ได้ ก็จะยกมือขึ้นขอความช่วยเหลือจากเทพเจ้า และก็ไม่เคยผิดหวัง ได้รับความสุขทางใจไปทุกครั้งและทุกผู้ทุกนาม เทพเจ้ามีทั้งเทพเจ้าของฝรั่ง แขก จีน ไทย ฯลฯ กล่าวได้ว่ามีมากมายจนนับกันไม่ถ้วน เทพเจ้าแต่ละองค์มีชีวิตความเป็นอยู่และมีอำนาจมากมายตายแต่ที่มนุษย์จะ เชื่อและต้องการที่จะให้เป็นอย่างนั้น ตามปกติแล้วเทพเจ้าจะไม่มีตัวตน เป็นนานธรรม แต่มนุษย์ก็พยายามสร้างให้เป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงมักปรากฏรูปเทพเจ้าหรือสัญลักษณ์ของเทพเจ้าทั้งหลาย อยู่ตามศาสนสถานทั่วไป เทพเจ้าฮินดูนั้น เป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ของอินเดีย แต่เดิมก็มีนับถือกันสามองค์ เรียกว่า ตรีมูรติ ซึ่งประกอบด้วย &#8230; <a href="http://www.wisut.net/hindo-god/get-start-with-hindo-god/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #800000;">“ทั้งนี้เพราะเทพเจ้ามิเคยปฏิเสธให้มนุษย์ต้องได้รับความเจ็บซ้ำน้ำใจ  ทุกครั้ง  ที่มนุษย์ได้รับความเดือนร้อน  หาที่พึ่งหรือขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ด้วยกันเองไม่ได้  ก็จะยกมือขึ้นขอความช่วยเหลือจากเทพเจ้า  และก็ไม่เคยผิดหวัง  ได้รับความสุขทางใจไปทุกครั้งและทุกผู้ทุกนาม”</span></p>
<h5><span style="color: #003366;">มารู้จักเทพเจ้าฮินดูกันเถอะ</span></h5>
<p>เทพเจ้านั้นมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่เริ่มต้น เชื่อกันว่า เทพเจ้าให้ทั้งคุณและโทษ ในทางที่เป็นคุณดูเหมือนว่า เทพเจ้าจะเป็นที่พึ่งที่มนุษย์ให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะเทพเจ้ามิเคยปฏิเสธให้มนุษย์ต้องได้รับความเจ็บซ้ำน้ำใจ ทุกครั้ง ที่มนุษย์ได้รับความเดือนร้อน หาที่พึ่งหรือขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ด้วยกันเองไม่ได้ ก็จะยกมือขึ้นขอความช่วยเหลือจากเทพเจ้า และก็ไม่เคยผิดหวัง ได้รับความสุขทางใจไปทุกครั้งและทุกผู้ทุกนาม<br />
เทพเจ้ามีทั้งเทพเจ้าของฝรั่ง แขก จีน ไทย ฯลฯ กล่าวได้ว่ามีมากมายจนนับกันไม่ถ้วน เทพเจ้าแต่ละองค์มีชีวิตความเป็นอยู่และมีอำนาจมากมายตายแต่ที่มนุษย์จะ เชื่อและต้องการที่จะให้เป็นอย่างนั้น ตามปกติแล้วเทพเจ้าจะไม่มีตัวตน เป็นนานธรรม แต่มนุษย์ก็พยายามสร้างให้เป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงมักปรากฏรูปเทพเจ้าหรือสัญลักษณ์ของเทพเจ้าทั้งหลาย อยู่ตามศาสนสถานทั่วไป</p>
<p>เทพเจ้าฮินดูนั้น เป็นเทพเจ้าในศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ของอินเดีย แต่เดิมก็มีนับถือกันสามองค์ เรียกว่า ตรีมูรติ ซึ่งประกอบด้วย พระพรหม เป็นเพทเจ้าผู้สร้าง พระนารายณ์หรือพระวิษณุ เป็นเทพเจ้าผู้รักษา และพระศิวะเป็นเทพเจ้าผู้ทำลายเริ่มต้นเป็นมาอย่างนั้น แต่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนจากการนับถือเทพเจ้าหลายองค์ หรือเทพเจ้าสามองค์ มานับถือเทพเจ้าองค์เดียว จึงเกิดเป็นหมู่ เป็นพวก หรือนิกายขึ้น นิกายที่สำคัญมี 2 นิกายคือ ไศวนิกาย คือนิกายที่นับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด และไวษณพนิกายคือนิกายที่นับถือพระวิษณุเป็นเทพสูงสุด ดังนั้น ถ้าต้องการทราบว่าเทวสถานนั้นสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าองค์ใด ก็สามารถดูได้ที่รูปเคารพที่เป็นประธานของเทวสถานนั้น ๆ เช่น ถ้าเป็นเทวสถานที่สร้างขึ้นบูชาพระศิวะ รูปเคารพที่เป็นประธานก็จะเป็นศิวลึงค์(เครื่องหมายเพศของพระศิวะ) แต่ถ้าเป็นรูปพระวิษณุ ก็เป็นไวษณพนิกาย เป็นต้น</p>
<p><span id="more-84"></span></p>
<p>ทีนี้  เรามารู้จักเทพเจ้าทั้งสามองค์นี้แต่พอสังเขปกันเถอะเหตุที่ต้องสังเขปก็เพราะเทพเจ้าแต่ละองค์มีความเป็นมา  ที่เรียกว่าตำนานหรือคัมภีร์ต่าง ๆ  มากมายซึ่งแสดงที่มาของเทพเจ้าแต่ละองค์แตกต่างกัน  ถ้าไม่สังเขปก็คงจะพูดเรื่องของเทพเจ้าเหล่านี้ไม่ได้  เพราะความรู้ไม่พอ  เทพเจ้าทั้งสามองค์ที่จะแนะนำให้รู้จักคือ<br />
พระพรหม  เป็นหนึ่งในตรีมูรติ  เป็นเทพเจ้าผู้สร้าง  “ตามคัมภีร์วราหบุราณะว่า  พระพรหมธาดา  ได้บังเกิดในดอกบัว  อันผุดผาดขึ้นจากพระนาภีของพระพิษณุ  (นารายณ์)  ในขณะที่บรรทมหลับอยู่บน  หลังอนันตนาคราช  ณ  เกษียรสมุทร  แล้วพระพรหมองค์นี้จึงได้สร้างมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้ง  3  โลกแต่คัมภีร์ปัทมบุราณะ  กล่าวถึงพระพรหมาไปอีกทางหนึ่งว่า  เมื่อพระพิษณุเป็นเจ้ามีประสงค์จะสร้างโลก  จึงทรงแบ่งภาคพระองค์เองออกเป็น  3  คือ  สร้างพระพรหมาจากปรัศว์เบื้องขวา  สร้างพระพิษณุ  (พระองค์เอง)  จากปรัศว์เบื้องซ้าย  สร้างพระศิวมหากาฬ  จากบั้นกลางพระองค์(สัจจาภิรมย์.2517.48)  พระพรหมมีรูปกายสีแดง  มีเครื่องหมายตรีปุณทร  (ขีดสามขีดบนพระนลาฏ)  มี  4  พักตร์  4  กร  สองหัตถ์ด้านหน้าแสดงปางประทานพรและปางประทานอภัย หัตถ์ด้านหลัง  ทรงถือซ้อนและหม้อใส่เนยเหลว  หรือลูกประคำ  และคณโฑน้ำหรือหนังสือและต้นหญ้า  มีหงส์เป็นพาหนะ  พระชายาชื่อพระสุรัสวดีสถิตอยู่  ณ  พรหมพฤนทา  อยู่ในพรหมโลก<br />
พระศิวะ  เป็นเทพสูงสุดในไศวนิกาย  เป็นเทพเจ้าผู้ทำลายพระองค์มีรูปกายสีขาว  (บางตำนาน  ว่ามีรูปกายสีแดงบ้าง  สีดำบ้าง)  นุ่งหนังเสือ  สวมนาคเป็นสังวาลย์  ศอสีนิล  เกล้าผมเป็นมวยมีพระจันทร์เสี้ยวประดับมีตาที่สามอยู่บนหน้าผาก  ตานี้จะปิดอยู่เสมอหากลืมขึ้นเมื่อใดไฟบัลลัยกัลป์จะเผาผลาญโลก  มีตรีศูลเป็นอาวุธ  มีโคนนทิเป็นพาหนะ  มีชายาสององค์คือ  พระแม่อุมา  และพระแม่คงคา  มีโอรส  2  องค์  คือ  พระคเณศ  และพระขันธกุมาร  มีศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์  สถิตอยู่  ณ  เขาไกรลาส<br />
พระวิษณุ  เป็นเทพสูงสุดในไวษณพนิกาย  เป็นเทพเจ้าผู้รักษามีรูปกายสีนิลแก่  สวมอาภรณ์อย่างกษัตริย์  เสื้อทรงสีเหลือง  มี  4  กร  เรียกว่า  วิษณุจตุรภุช  ทรงถือสังข์  จักร  คทา  และธรณี  ซึ่งใช้ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์แทน  หมายถึงแผ่นดิน  ทรงครุฑเป็นพาหนะ  มีชายา  2  องค์คือ  พระนางลักษมีและพระภูมิเทวี  มีอนันตนาคราชเป็นบัลลังก์  ที่สถิตเรียกว่า  ไวยกูณฐ์  ณ  เกษียรสมุทร  เมื่อเกิดยุคเข็ญ  พระวิษณุหรือพระนารายณ์จะอวตารลงมาช่วยเหลือ  อวตารที่สำคัญและรู้จักกันดีมี  10  เรื่อง  คือ</p>
<ol>
<li> มัสยาวตาร  (เป็นปลา)</li>
<li> กูรมาวตาร  (เป็นเต่า)</li>
<li> วราหาวตาร  (เป็นหมูป่า)</li>
<li> นรสิงหาวตาร  (เป็นนรสิงห์)</li>
<li> วามนวตาร  (เป็นพราหมณ์เตี้ย)</li>
<li> ปรศุรามาวตาร  (เป็นพราหมณ์ถือขวานชื่อ  ปรศุราม)</li>
<li> รามาวตาร  (เป็นพระราม)</li>
<li> กฤษณาวตาร  (เป็นพระกฤษณะ)</li>
<li> พุทธวตาร  (เป็นพระพุทธเจ้า)</li>
<li> กัลหยาวตาร  (เป็นบุรุษขี่ม้าขาวชื่อ  กัลกี)</li>
</ol>
<p>ศิลปะเขมร  และศิลปะร่วมแบบเขมรในประเทศไทย  ซึ่งได้แก่  เทวสถานต่าง ๆ  ที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า  เทวสถานเหล่านี้  เขมรเรียกปราสาท  เช่น  ปราสาทเขาพระวิหาร  อยู่เขตชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ  ไทยเรียกปรางค์หรือปราสาท  เช่น  ปราสาทหินพิมาย  หรือ  ปรางค์บ้านสีดา  อ.บัวใหญ่  จ.  นครราชสีมา  ส่วนลาวเรียกกู่  เช่น  กู่สวนแตง  อ.  บ้านใหม่ไชยพจน์  (เดิมอยู่ในเขตอำเภอพุทไธสง)  จ.  บุรีรัมย์  เป็นต้น<br />
และเนื่องจากศาสนสถานเหล่านี้เป็นเทวสถาน  ดังนั้น  ภาพแกะสลักที่ใช้ตกแต่ง  หรือประติมากรรมที่ประดิษฐานไว้  จึงมักจะเป็นภาพเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทพเจ้าทั้งสามองค์  เช่น  ภาพแกะสลักเรื่อง  ศิวนาฏราช  ทับหลังปราสาทศีขรภูมิ  จ.  สุรินทร์  หรือภาพแกะสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์  ทับหลังกู่สวนแตง  จ.  บุรีรัมย์  เป็นต้น<br />
ดังนั้น  การที่จะศึกษาศิลปะเขมร  และศิลปะร่วมแบบเขมรในประเทศไทยให้ได้รสชาติ จึงจำเป็นต้องรู้เรื่องราวของเทพเจ้าฮินดูทั้งสามองค์  รวมทั้งเทพเจ้าองค์อื่น  ๆ  ด้วย และถ้ารู้เรื่องของเทพเจ้าเหล่านั้นดีแล้ว  ก็รับรองได้เลยว่าจะเที่ยวชมปราสาทต่าง  ๆ ทั้งในประเทศไทยและประเทศกัมพูชาได้อย่างสนุกและอย่างมีความหมายแน่นอน</p>
<p class="facebook"><a href="http://www.facebook.com/share.php?u=http://www.wisut.net/hindo-god/get-start-with-hindo-god/" target="_blank" title="Share on Facebook">Share on Facebook</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wisut.net/hindo-god/get-start-with-hindo-god/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

