Posted by admin | Posted in บทความ 1 | Posted on 06-07-2008

จริงอยู่ ในปัจจุบัน ศาสนสถานเหล่านั้น ไม่มีความสำคัญเหมือนในอดีตแล้ว แต่ความสำคัญในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติก็ยังมีอยู่ การนำสิ่งเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ จึงต้องระมัดระวัง ใช้อย่างเข้าใจ ใช้อย่างเคารพ ใช้อย่างเห็นคุณค่าและความหมาย
เมื่อคราวก่อน ผมได้เขียนถึงกรมศิลปากรว่า ได้จำลองทับหลัง หน้าบัน และเสากรอบประตูของปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วนำของจำลองตั้งแสดงไว้ที่ประตูทางเข้าปราสาท ส่วนของจริงได้ย้ายไปไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครทราบเหตุผล ก็ได้แต่สงสัยกัน และผมได้เสนอแนะกรมศิลปากรไปว่า ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจร่วมกันถึงเหตุผลที่ต้อง จำลองโบราณวัตถุดังกล่าว ตลอดจนเหตุผลที่ต้องเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุเหล่านั้นออกจากสถานที่จริง ซึ่งคงจะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนในไม่ช้านี้
และเนื่องจากอาจต้องพูดถึงเรื่องเหล่านี้อีกบ่อยๆ ก็อยากจะทบทวนว่า ทับหลัง หน้าบัน และเสากรอบประตูนั้น คืออะไร เป็นส่วนไหนของสถาปัตยกรรมทับหลัง คือ แผ่นหินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางทับอยู่บนกรอบประตูทางเข้าปราสาท ในสถาปัตยกรรมแบบเขมร ทับหลังนอกจากจะเป็นส่วนช่วยเสากรอบประตูรับน้ำหนักโครงสร้างส่วนบนแล้ว ยังช่วยลดขนาดความสูง ความกว้างของประตูทางเข้า ซึ่งมีผลต่อการรับน้ำหนัก และยังเป็นส่วนประดับตกแต่งที่สำคัญของประตูทางเข้าอีกด้วย ดังนั้น ทับหลังจึงได้รับการแกะสลักเป็นลวดลายและเรื่องราวต่างๆอย่างประณีตงดงาม และจากลวดลายและเรื่องราวที่แกะสลักบนทับหลังนี้เอง ได้เป็นเครื่องมือสำหรับการศึกษาค้นคว้าหาวิวัฒนาการของลวดลายเหล่านั้น จนสามารถนำมาใช้กำหนดอายุโบราณสถานเขมรได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
Read the rest of this entry »
Share on Facebook
Posted by admin | Posted in บทความ 1 | Posted on 05-07-2008
ปราสาทเขาน้อย
ตัวอย่างการทำร้ายโบราณสถาน
รศ.วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ
พิมพ์เผยแพร่ใน สยามรัฐรายวัน วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2541
“ความกระตือรือร้นแต่แรกที่จะไปดูปราสาทเขา น้อยก็เลยหมดไป เพราะปราสาทดังกล่าว คงไม่หลงเหลือวิญญาณที่แท้จริงให้ได้ชื่นชมอีกต่อไปแล้ว”

ผม กับอาจารย์เทพมนตรี ลิมปพยอม ประธานชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุและสิ่งแวดล้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและคุณประยุกต์ บุนนาค จากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ได้ไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี จังหวังปราจีนบุรี ก็ตั้งใจว่าจะไปดูทับหลังของปราสาทเขาน้อย จังหวัดสระแก้ว (แต่เดิมอยู่ในเขตจังหวัดปราจีนบุรี) ที่จัดแสดงเป็นการถาวรไว้ที่นั่น ทับหลังชุดนี้เคยนำไปจัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทยปีพุทธ ศักราช 2533 เรื่องปราสาทเขาน้อง จังหวัดปราจีนบุรี ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครเมื่อระหว่างวันที่ 4 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2533
ส่วนปราสาทเขาน้องที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาน้อย ในเขตหมู่ 1 ตำบลคลองคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ใกล้เขตชายแดนไทย – กัมพูชานั้น พวกเรายังไม่ได้ไปดู เนื่องจากอยู่ไกล เวลาไม่พอ ฉะนั้น วันนี้ จะยังไม่พูดถึงปราสาทเขาน้อย แต่จะพูดถึงทับหลังที่ได้ไปดูมา
ทับหลังของปราสาทเขาน้อยที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรีนั้น มีทั้งหมด 5 ชิ้น บางชิ้นสีเขียว บางชิ้นสีขาวแต่ละชิ้นมีความงามสดุดตาสดุดใจ ผู้หลงใหลในศิลปะร่วมแบบเขมรในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง จะขอกล่าวรายละเอียดของทับหลังทั้ง 5 ชิ้น แต่พอสังเขป ดังนี้
Read the rest of this entry »
Share on Facebook
Posted by admin | Posted in บทความ 1 | Posted on 03-07-2008
บ้านมีไฟและโรงพยาบาล
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานของประเทศไทย โดยเฉพาะอีสานใต้ ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชาหรือราชอาณาจักรเขมรในอดีต เป็นบริเวณที่พบสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยหินทราย ศิลาแลง และอิฐ มีรูปแบบของศิลปะเขมร หรือที่เรียกว่าปราสาทหิน ในจังหวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง อ. เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ปราสาทหินพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และปราสาทสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เป็นต้น
นอกจากนั้นยังพบปราสาทขนาดเล็กสร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย ที่เรียกว่าที่พักคนเดินทาง หรือธรรมศาลา และโรงพยาบาลหรืออโรคยาศาล ที่เรียกว่ากุฏิฤาษีหรือกู่ฤาษี เช่น ปราสาทตาเมือน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นที่พักคนเดินทาง และ กู่ฤาษีจอมพระ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ กู่สันตรัตน์ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม กู่ ฤาษีบ้านนางรำ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงพยาบาล เป็นต้น
ที่พักคนเดินทางและโรงพยาบาลหรืออโรคยาศาลเหล่านี้ ตามประวัติกล่าวว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระมหากษัตริย์เขมร ซึ่ง ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1724 – ประมาณ พ.ศ. 1763 ทรงสร้างขึ้น ปรากฏหลักฐานตามจารึกปราสาทพระขรรค์ เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชาฯ ที่กล่าวว่าพระองค์ได้สร้าง “ บ้านที่มีไฟ” หรือที่พักคนเดินทาง ตามสายทางเดินที่มีอยู่ในราชอาณาจักรเขมร คือบนถนนนอกเมืองพระนครหลวงไปยังอาณาจักรจำปา (เมืองฝันรังหรือวิชัยคือบิญดิญ) 57 แห่ง บนถนนจากเมืองพระนครหลวงไปยังปราสาทหินพิมาย บนที่ราบสูงโคราชภายในประเทศไทย 17 แห่ง บนสายทางเดินไปตามเมืองต่างๆ 44 แห่ง อยู่เขาพนมจิสอร์ 1 แห่ง และยังไม่พบร่องรอบ 2 แห่ง รวม 121 แห่ง ตั้งอยู่ห่างกันประมาณแห่งละ 15 กิโลเมตร (ชะเอม แก้วคล้าย.2528:54)
Read the rest of this entry »
Share on Facebook
Posted by admin | Posted in บทความ 1 | Posted on 03-07-2008
ฌฺมัวะปราซาดทมอฺ(ชื่อปราสาท)
รศ.วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ

ภาพ : ปราสาทเขาน้อย จังหวัดสระแก้ว
“ในอดีต ปราสาทที่ได้เอ่ยนามมาแล้วนั้น ล้วนมีความสำคัญ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้เสื่อมใสศรัทธา มีผู้คนดูแลรักษาเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันปรากฏว่า ปราสาทเหล่านั้นอยู่ในสภาพปรักหักพัง ขาดคนเอาใจใส่ดูแลรักษา อาจทำให้มองเห็นสัจธรรมของความเจริญรุ่งเรืองและความเสื่อมของอำนาขและความดับสูญของสรรพสิ่งทั้งปวง”
ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของผู้ที่ไม่รู้ภาษาเขมร แต่สนใจศึกษาศิลปะเขมร และสถาปัตยกรรมร่วมแบบเขมรในประเทศไทยหรือปราสาทหิน ก็คือ ชื่อปราสาท ทั้งนี้เพราะชื่อปราสาทต่างๆ ที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปทางภาคอีสานโดยเฉพาะอย่างยิ่งอีสานตอนใต้นั้น มาจากหลายภาษา มีทั้งภาษาไทย ภาษาลาว ภาษาเขมร ภาษาส่วยและภาษาท้องถิ่น บางชื่อก็มาจากต่างภาษาผสมกัน จึงทำให้จำยาก ออกเสียงลำบาก และไม่เข้าใจความหมายของชื่อเหล่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ชื่อของปราสาทส่วนใหญ่จะเป็นภาษาไทย ส่วนที่เป็นภาษาลาว ก็เข้าใจได้ง่าย เพราะภาษาคล้ายคลึงกัน และคุ้นเคยดีอยู่แล้ว แต่ซื่อที่เป็นภาษาเขมร เช่น ปราสาทสดกก๊อกธมกิ่งอำเภอโคกสูง จังหวัด สระแก้ว ฟังไม่ค่อยคุ้นหู ก็อาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ชื่อที่เป็นภาษาเขมร ก็มีไม่มากนัก พอจดจำทำความเข้าใจกันได้ ก็จะขอนำชื่อเหล่านั้นสัก 2 – 3 ชื่อมาวิเคราะห์หาความหมาย พอให้เข้าใจเพื่อเป็นส่วนช่วยเสริมในการศึกษาศิลปะเขมรและศิลปะร่วมแบบเขมร ในประเทศไทยต่อไป
การวิเคราะห์ภาษาคงต้องหาคนช่วย เพราะรู้ภาษาเขมรเพียงเล็กน้อย ก็ได้ผู้ช่วยศาสตราจารย์สัทธา อาริยะธุกันต์ อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ผู้เชียวชาญด้านการอ่านจารึกและภาษาโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาเขมร ช่วยกันวิเคราะห์ ดังนั้น ความดีก็คงต้องมอบให้แก่ท่านและขอขอบพระคุณอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย
Read the rest of this entry »
Share on Facebook
Posted by admin | Posted in บทความ 1 | Posted on 03-07-2008
“โบราณสถานนั้น เป็นสมบัติของชาติของประชาชน ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง การดำเนินการใดใด ประชาชนควรจะได้มีส่วนรับรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนของปราสาทออกจากที่ตั้ง หรือ กรมศิลปากร ลืมเสียแล้วว่า สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2531.37) ได้ตรัสสั่งเมื่อครั้งเสด็จปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำเมื่อปี พ.ศ. 2472 ว่า “ให้รักษาหินจำหลักลวดลายไว้มิให้เป็นอันตราย และมีประกาศห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดมานำเอาไปจากที่เดิม”
ทับหลังจำลอง : เจตนาที่แฝงเร้น
รศ.วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ
เผยแพร่ใน สยามรัฐรายวัน 10 มกราคม 2541

ในช่วงนี้ เรื่องราวของปราสาทเมืองต่ำ ที่ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์นั้น ได้รับการนำเสนอถึงความงาม ความสำคัญและความสมบูรณ์ในการบูรณะจากสื่อต่าง ๆ ค่อนข้างมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะปราสาทดังกล่าวเป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในโครงการแหล่งโบราณคดีเฉลิมพระเกียรติ ที่กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะจนสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครอง สิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539 และเมื่อวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2540 ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดปราสาท ทำให้พสกนิกรที่เฝ้าทูลละออกพระบาท ณ ที่นั้นต่างปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่ สุดมิได้
ปราสาทเมืองต่ำ เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกายสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นปราสาทก่ออิฐ 5 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ล้อมรอบด้วยระเบียงคดที่มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูทางเข้าทั้งสี่ทิศ จากระเบียงคดออกไปเป็นสระน้ำรูปตัวแอล 4 สระ ทั้งสี่มุม ถัดไปเป็นกำแพงแก้วที่มีประตูทางเข้าทั้งสี่ทิศ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติไว้ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2478
Read the rest of this entry »
Share on Facebook