ยินดีต้อนรับสู่บล็อค wisut.net

www.wisut.net เหตุเกิดง่ายๆ เพียงแค่อยากมี website ที่เอาไว้เขียนเรื่องของตัวเองสักเว็บนึง เพื่อเก็บเรื่องเก็บราว ประสบการณ์ที่เคยผ่านๆ มา ถ้าจะเปรียบเทียบ website ตัวนี้ กับสิ่งรอบกายเราสักอย่างนึงละก็ แทบจะเปรียบเสมือนเป็นสมุดบันทึกออนไลน์ซะมากกว่า ว่างๆ แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเขียนสมุดบันทึกออนไลน์เล่มนี้กันได้ ...

วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ Rss

เราสู้: อนุสาวรีย์สดุดีวีรกรรมของประชาชน

Posted by admin | Posted in เทพเจ้าฮินดู | Posted on 31-07-2008

เราสู้: อนุสาวรีย์สดุดีวีรกรรมของประชาชน

วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ

บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา หน้าที่เรารักษาสืบไป ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย อนาคตต้องมีประเทศไทย มิยอมให้ผู้ใดมาทำลาย ถึงขู่ฆ่าล้างโคตรก็ไม่หวั่น จะสู้กันไม่ยอมหนีหาย ส฿ตรงนี้สู้ที่นี่สู้จนตาย ถึงเป็นคนสุดท้ายก็ลองดู บ้านเมืองเราเราต้องรักษา อยากทำลายเชิญมาเราสู้ เกียรติศักดิ์ของเราเราเชิดชู เราสู้ไม่ถอยจนก้าวเดียว

จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “เราสู้” ที่ยกมานี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็นคุณลักษณะของชาวบุรีรัมย์ ที่ปรากฏตรงตามเพลงพระราชนิพนธ์ คือ มีความกล้าหาญ อดทน เด็ดเดี่ยว ในการต้อสู้เพื่อป้องกันรักษาชาติบ้านเมืองไว้ให้ลูกหลานสืบไป เริ่มตั้งแต่สมัยพระยาทสมเด็จ….(รัชกาลที่ 3 ) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพระเจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์เป็นกบฏต่อราชอาณาจักรไทย ได้ยกกองทัพมาตีหัวเมืองน้อยใหญ่จนถึงเมืองพุทไธสง เมืองนางรอง และเมืองแปะ หรือเมืองบุรีรัมย์ในปัจจุบัน พระนครภักดี (หงษ์ ) (พ.ศ. 2350-2370) เจ้าเมืองแปะ ได้นำชาวเมืองออกต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ แต่เนื่องจากมีกำลังน้อยกว่า จึงได้ถอยหนีไปตั้งหลักที่เมืองไผทสมัน พวกเวียงจันทน์ได้ติดตามจับได้ที่ช่องเสม็ด เทือกเขาดงรัก เขตชายแดนไทย-กัมพูชา และนำไปจองจำไว้ ณ ทุ่งสุวรรณภูมิ (ปัจจุบันคือ อ.สุวรรณภูมิ จ. ร้อยเอ็ด) Read the rest of this entry »

คัดค้าน การถ่ายทำภาพยนต์ เรื่อง Mortal Kombat

Posted by admin | Posted in บันทึกอดีต | Posted on 29-07-2008

ลำดับเหตุการณ์กรณีการคัดค้านการถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Mortal Kombat ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ และวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รศ.วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ ประธานชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อม จ.พระนครศรีอยุธยา

กำลังยื่นหนังสือกับ นายสมคิด โชติกวณิชย์ อธิบดีกรมศิลปากร ร้องเรียนเรื่องการถ่ายทำภาพยนต์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์

23 กันยายน 253

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตถ่ายทำภาพยนต์ต่างประเทศในประเทศไทย มีความเห็นว่า ภาพยนต์เรื่อง Mortal Kombat ภาค 2 เป็นภาพยนต์ที่มีเนื้อเรื่องต่อเนื่องจากภาค 1 ซึ่งได้ถ่ายทำที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และได้มีมติอนุญาตให้บริษัท Outworld Production Limited ถ่ายทำภาพยนต์ดังกล่าวได้ โดยมอบหมาบให้กองทะเบียนกรมตำรวจ ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ ควบคุมการถ่ายทำ และในการถ่ายทำฉากที่เกี่ยวกับศาสนสถานมอบหมายให้กรมการศาสนาควบคุมการถ่ายทำ

Read the rest of this entry »

น้ำดื่มอันตราย

Posted by admin | Posted in ราชภัฏบุรีรัมย์ (บทความ) | Posted on 28-07-2008

น้ำดื่นอันตราย

รศ.วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ

สารประชาสัมพันธ์ สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ ปีที่ 25 ฉบับที่ 3 วันที่ 25-29 มิถุนายน 2542

ภาพลายเส้น : วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ

จากรายงานเรื่อง “เลือกซื้อและบริโภคพืช ผัก และผลไม้อย่างไรให้ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงตกค้าง” โดยฝ่ายชีววิทยาและชีววิทยาประยุกต์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ ที่พิมพ์เผยแพร่ในสารประชาสัมพันธ์ ปีที่ 25 ฉบับที่ 2 ประจำวันที่ 15-21 มิถุนายน 2542 ได้รายงานการศึกษาพืช ผัก และผลไม้บางชนิดที่มีจำหน่ายในตลาดสดหรือวางจำหน่ายทั่วไปในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดยการสุ่มตัวอย่าง “จากผัก 11 ชนิด จำนวน 16 ตัวอย่าง คือ ผักคะน้า ผักกาดหอม ผักกาดขาว หัวผักกาด ผักชี ต้นหอม ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก มะเขือเทศ แตงกวา และผลไม้ 2 ชนิด จำนวน 2 ตัวอย่าง คือ องุ่มและฝรั่ง พบว่า ผักกาดและผลไม้ทุกชนิดมียาฆ่าแมลงตกค้าง แต่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด อย่างไรก็ดี มี 1 ตัวอย่าง ที่เป็นผักคะน้า พบยาฆ่าแมลงตกค้างมากเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย” Read the rest of this entry »

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ : ของจริงหรือของปลอม

Posted by admin | Posted in บุรีรัมย์ (บทความ) | Posted on 20-07-2008


ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ : ของจริงหรือของปลอม

บันทึกไว้เพื่อความทรงจำ

รศ. วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ

เมื่อพูดถึงจังหวัดบุรีรัมย์ หลายคนจะนึกถึงปราสาทหินพนมรุ้ง และก็จะนึกเลยไปถึงทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ด้วย ทั้งนี้เพราะปราสาทหินพนมรุ้ง นอกจากจะมีความสง่างาม เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจของคนที่ได้ไปชมมาแล้ว ยังมีทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เพราะทับหลังดังกล่าว ได้ไปปรากฏโฉมถึงเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่มีใครทราบว่า ข้ามน้ำข้ามทะเลไปได้อย่างไร และที่สำคัญก็คือ ได้มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ แม้กระทั่งนักเรียนโรงเรียนบ้านสวายจีก โรงเรียนบ้านบัว และอีกหลายโรงเรียน ในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีส่วนร่วมในการเรียกร้องขอทับหลังดังกล่าวคืน เพื่อนำมาติดตั้งไว้ยังที่เดิม การเรียกร้องทับหลังชิ้นนี้ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นเมื่อใครไปเที่ยวชมปราสาทหินพนมรุ้ง จึงต้องพากันไปดูทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ให้ได้
ทับหลัง คือแผ่นหินสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางทับอยู่บนกรอบประตูทางเข้าปราสาท ในศาสนสถานแบบขอมที่สร้างด้วยหิน ทับหลังนอกจากจะเป็นส่วนช่วยเสาประตูรับน้ำหนักโครงสร้างส่วนบนแล้ว ยังช่วยลดขนาดความสูง ความกว้างของประตูทางเข้า ซึ่งมีผลต่อการรับน้ำหนัก และยังเป็นส่วนประดับตกแต่งที่สำคัญของประตูทางเข้าอีกด้วย ดังนั้น ทับหลังจึงได้รับการแกะสลักเป็นลวดลายและเรื่องราวต่างๆเพื่อสื่อความหมายตามที่ต้องการอย่างงดงาม และจากลวดลายและเรื่องราวที่แกะสลักบนทับหลังนี้เอง ได้เป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาค้นคว้าหาวิวัฒนาการของลวดลายเหล่านั้น จนสามารถนำมาใช้กำหนดอายุโบราณสถานขอมได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

Read the rest of this entry »

พระหูยาน กรุวัดราชบูรณะอยุธยา

Posted by admin | Posted in อยุธยา (บทความ) | Posted on 20-07-2008

พระหูยาน กรุวัดราชบูรณะอยุธยา

รศ.วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ / วิทยา ปั้นแพทย์

ในบรรดาวัดเก่าทั้งในเกาะเมืองและนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาที่มีอยู่เป็นจำนวนนับร้อยวัดนั้น วัดที่มีพระมหาธาตุเจดีย์ เช่น วัดพุทไธสวรรย์ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ ฯลฯ นั้น จะพบว่าภายในองค์พระมหาธาตุเจดีย์ จะมีกรุ ซึ่งภายในกรุ นอกจากจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องบูชา เช่น แก้วแหวนเงินทองแล้ว ยังได้บรรจุพระพิมพ์ไว้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

ปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2518

วัดที่ปรากฏว่าได้พบพระพิมพ์มากมายมหาศาล เป็นจำนวนกว่าแสนองค์ในกรุปรางค์ ได้แก่วัดราชบูรณะซึ่งตั้งอยู่ฟากตะวันตกของถนนชีกุน ภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา

วัดนี้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) เป็นผู้สถาปนาขึ้นเมื่อปีมะโรง พ.ศ. 1967 เพื่อเป็นการระลึกถึงพระเชษฐาธิราชทั้งสองพระองค์ คือเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีกัน และสิ้นพระชนม์ทั้งคู่ พระองค์ซึ่งเป็นอนุชาได้สืบราชสมบัติต่อมา จึงได้ทรงสร้างสถูปขึ้น 2 องค์ ตรงบริเวณที่กระทำยุทธหัตถี และทรงสร้างวัดราชบูรณะขึ้นในบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ และเพื่อให้เป็นวัดที่สมบูรณ์แบบ พระองค์ได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและสร้างโบสถ์วิหารอย่างงดงาม

Read the rest of this entry »

มรดกโลก “พลาสติก” ที่อยุธยา รสนิยมที่ไร้สุนทรี

Posted by admin | Posted in อยุธยา (บทความ) | Posted on 20-07-2008

มรดกโลก “พลาสติก” ที่อยุธยา รสนิยมที่ไร้สุนทรี

รศ.วิสุทธิ์  ภิญโญวาณิชกะ

มติชนรายวัน ปีที่ 18 ฉบับที่ 6450  วันจันทร์ที่ 6  พฤศจิกายน 2538

ในปัจจุบันการนำพลาสติกมาใช้สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ นั้นได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นอันมาก ทั้งนี้เพราะคุณสมบัติของพลาสติกมีค่อนข้างสูงสามารถนำมาใช้ได้อย่างกว้างขวาง เช่น ทำเครื่องใช้ เครื่องประดับตกแต่ง และเครื่องเรือน เป็นต้น
แต่อย่างไรก็ตาม พลาสติกนั้นถึงแม้จะมีคุณสมบัติค่อนข้างสูง แต่มีคุณค่าค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น เช่น จานที่ทำด้วยดิน ( จาน กระเบื้อง ) ย่อมมีคุณค่าสูงกว่าจากที่ทำด้วยพลาสติก เป็นต้น
จึงอาจกล่าวได้ว่า คุณค่าของวัสดุนั้นมีความสำคัญไม่น้อยกว่าคุณสมบัติของวัสดุ ดังนั้นการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องการให้มีคุณค่าการเลือกวัสดุจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะต้องคำนึงถึงคุณค่าของวัสดุที่นำมาสร้างสรรค์ด้วย และถ้าสิ่งที่จะสร้างนั้น มีคุณค่าอยู่ในตัวเอง เช่น สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่มีความสำคัญการเลือกวัสดุเพื่อใช้สร้างจะต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อให้สัญลักษณ์นั้นมีคุณค่าสูงยิ่งขึ้น

Read the rest of this entry »

เจดีย์อนุสรณ์การทำยุทธหัตถี ปี พ.ศ. 2135

Posted by admin | Posted in อยุธยา (บทความ) | Posted on 19-07-2008

เจดีย์อนุสรณ์การทำยุทธหัตถี ปี พ.ศ. 2135
อยู่ที่ไหน

รศ.วิสุทธิ์  ภิญโญวาณิชกะ

สยามอารยะ ปีที่ 2 ฉบับที่ 8 มิถุนายน 2537 : 4 – 6

จากบทความเรื่อง “เจดีย์ยุทธหัตถีอยู่ที่อยุธยาไม่ใช่สุพรรณบุรี” โดยเทพมนตรี ลิมปพยอม ในสยามอารยะ ปีที่ 2 ฉบับที่ 13 ประจำเดือนมกราคม 2537 นั้น กล่าวได้ว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างกล้าหาญในฐานะของนักประวัติศาสตร์คนหนึ่ง โดยการนำเสนอข้อมูล ที่ยืนยันถึงความจริงที่อาจถูกมองข้าม หรือปล่อยปะละเลยขาดความใส่ใจที่จะพิสูจน์ เพราะมักจะคิดกันว่า สิ่งเดิมที่ปรากฎอยู่จนกลายเป็นความเชื่อ ทางวิชาการนั้นแม้จะมีข้อมูลใหม่ ซึ่งอาจจะมีหลักฐานข้อเท็จจริงที่สามารถสนับสนุนอ้างอิงได้ ก็เสียเวลาเปล่าที่จะนำเสนอ เพราะจะไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่จำเป็นต้องขุดคุ้ยให้เกิดความวุ่นวาย แต่ในฐานะนักประวัติศาสตร์หรือนักอะไรก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรจะมีความรับผิดชอบ จำเป็นจะต้องใส่ใจในภูมิปัญญา ศึกษาค้นคว้าให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นั้น ๆ นำเสนอต่อสาธารณชนเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง จึงเห็นว่าการที่คุณเทพมนตรี ลิมปพยอม นำเสนอข้อมูลดังกล่าว มีคุณค่าต่อประวัติศาสตร์ของชาติเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งน่าจะดีกว่าการหลงอยู่ในความเชื่อ ภาคภูมิใจต่อข้อสรุปเก่า ๆ หรือขลาดกลัวในการนำเสนอสิ่งที่มีหลักฐานสามารถพิสูจน์ได้ เพราะถือกันว่าการนำเสนอความจริงนั้นเป็นหัวใจของนักประวัติศาสตร์

Read the rest of this entry »

วัดขุนแสน อยุธยา : วัดต้นตระกูลราชวงศ์จักรี

Posted by admin | Posted in อยุธยา (บทความ) | Posted on 19-07-2008

วัดขุนแสน อยุธยา : วัดต้นตระกูลราชวงศ์จักรี

รศ.วิสุทธิ์  ภิญโญวาณิชกะ

นสพ. แนวหน้ารายวัน

ในช่วงนี้นอกจากปรากฏข่าวว่าองค์การยูเนสโกจะปลดกรุงศรีอยุธยาออกจากมรดกโลก และข่าวการบุกรุกทำลายโบราณสถาน สถานที่ทางประวัติศาสตร์และแหล่งโบราณคดีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ค่อนข้างจะมากแล้วยังมีข่าวว่า เจดีย์ใหญ่ซึ่งเป็นเจดีย์ประธานของวัดขุนแสนที่ตั้งอยู่กลางที่ชุมชนตลาดหัวรอ ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก พร้อมที่จะพังลงมาเมื่อไรก็ได้จนเป็นที่เกรงกันว่า หากพังทลายลงมาแล้ว นอกจากจะสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของราษฏรที่อาศัยอยู่โดยรอบเจดีย์แล้ว สมบัติอันมีค่าทางประวัติศาสตร์จะพลอยถูกทำลายลงไปด้วย
วัดขุนแสนเป็นวัดร้างตั้งอยู่ที่ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดนี้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 58 ตอนที่ 16 วันที่ 16 มีนาคม 2484 ปัจจุบันปรากฏเนินโบราณสถานที่มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ 1 องค์ ซากผนังอาคาร 1 แห่ง และพระพุทธรูปหินทรายที่ชำรุดมาก จำนวน 2 องค์ รอบ ๆ เจดีย์เป็นบ้านที่พักอาศัยของราษฏรที่บุกรุกเข้ามาจนชิดเจดีย์ และเนื่องจากองค์ระฆังของเจดีย์ ซึ่งก่อซ่อมในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่ก่อไม่เสร็จ มีรอยร้าวขนาดใหญ่ มีบางส่วนทรุดลงจนน่ากลัวว่าจะพังลงมา ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรได้ใช้ลวดสลิงรัดยึดเอาไว้ถึง 4 เส้น
วัดขุนแสนนั้น มีชื่อปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน (2505 : 141) ในแผนดินสมเด็จพระมหาธรรมราชา ความว่า “แลครอบครัวมอญซึ่งกวาดลงมานั้น ก็พระราชทานให้พระยาราม พระยาเกียรติควบคุมว่ากล่าวด้วย แลพระยาเกียรติพระยารามนั้น ให้อยู่ตำบลบ้านขมิ้นวัดขุนแสน”

Read the rest of this entry »

วัดโคกแสง : สถานที่หลบภัยของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์

Posted by admin | Posted in อยุธยา (บทความ) | Posted on 19-07-2008

วัดโคกแสง : สถานที่หลบภัยของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์

รศ.วิสุทธิ์ ภิญโญวาณิชกะ

สยามอารยะ ปีที่ 3 ฉบับที่ 26 มีนาคม 2538 : 104 – 108

บทนำ
ในสมัยอยุธยา วัดมิได้เป็นเพียงศูนย์รวมทางด้านจิตใจของชาวเมืองเท่านั้น แต่วัดยังเป็นสถานที่ในการศึกษา เป็นสถานที่ประกอบพิธีและราชพิธีต่าง ๆ และในบางครั้งยังใช้เป็นสถานที่หลบภัยทางการเมืองอีกด้วย เนื่องจากในมัยอยุธยานั้น มีปัญหาการแย่งชิงราชสมบัติกันอยู่ตลอดเวลา ทั้งในระหว่างญาติพี่น้องในราชวงศ์เดียวกัน หรือราชวงศ์เก่าที่สูญเสียอำนาจ และราชวงศ์ใหม่ที่อาจมีอำนาจมากขึ้น การที่พระบรมวงศานุวงศ์หลบหนีออกไปทรงผนวช จึงเป็นวิธีหลบภัยทางการเมืองวิธีหนึ่งที่ทำให้สามารถรักษาชีวิตของตนไว้ได้
วัดที่ปรากฏหลักฐานว่าเป้นสถานที่หลบภัยทางการเมืองที่สำคัญวัดหนึ่ง คือ วัดโคกแสง ซึ่งเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ( พ.ศ. 2256 – 2298 ) รัตนกวีเอกในสมัยอยุธยาตอนปลาย พระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศใช้เป็นที่ทรงผนวช เพื่อหลบหนีภัยจากพระราชบิดาของพระองค์เอง

Read the rest of this entry »

วัดชัยวัฒนาราม : ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

Posted by admin | Posted in อยุธยา (บทความ) | Posted on 19-07-2008

วัดชัยวัฒนาราม : ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

รศ.วิสุทธิ์  ภิญโญวาณิชกะ

สยามอารยะ ปีที่ 2 ฉบับที่ 20 สิงหาคม 2537 : 75 – 79

บทนำ
ในสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีพระราชนิยมในการสร้างศาสนสถาน ซึงได้แก่วัดวาอารามต่าง ๆ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาหรือสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์สำหรับบรรจุอัฐิของวงศ์สกุล และบางครั้งเป็นการสร้างเนื่องในเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ จนถือเป็นพระราชประเพณีที่ทำสืบต่อกันมา พระราชนิยมดังกล่าวได้แพร่หลายไปสู่ข้าราชบริพารและพสกนิกรทั่วไป ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2516 : 15) ได้ทรงนิพนธ์ถึงเรื่องนี้ว่า “ในกรุงศรีอยุธยานั้นมีการสร้างวัดเป็นจำนวนมากทั้งวัดหลวงและวัดราษฎร์ จนเป็นคำกล่าวกันในสมัยรัตนโกสินทร์ว่า เมื่อครั้งบ้านเมืองดีเขาสร้างวัดเป็นลูกเล่น ที่จริงนั้น คือใครตั้งวงศ์สกุลได้เป็นหลักฐาน ก็สร้างวัดเป็นอนุสาวรีย์สำหรับบรรจุอัฐิธาตุของวงศ์สกุล มักสร้างเจดีย์ขนาดเขื่อง 2 องค์ไว้ข้างหน้าโบสถ์ เป็นที่บรรจุอัฐิธาตุหรือต่อบิดาองค์หนึ่ง มารดาองค์หนึ่ง ส่วนสมาชิกในสกุลนั้น เมื่อใครตายลง เผาศพแล้วก็สร้าง สถูปเจดีย์ขนาดย่อมลงมาเป็นที่บรรจุอัฐิธาตุรายไปรอบโบสถ์เรียกกันว่าเจดีย์ราย ครั้นถึงเวลานักขัตฤกษ์เช่นตรุษสงกรานต์พากันออกไปทำบุญให้ทานอุทิศเปตพลี ที่วัดของสกุล พวกชั้นเด็ก ๆ ได้โอกาสออกไปด้วย ก็ไปวิ่งเล่นในลานวัด เมื่อเวลานักขัตฤกษ์เช่นนี้ จึงเกิดคำที่กล่าวว่าสร้างวัดให้ลูกเล่น”

Read the rest of this entry »

Ewery
Foxkeh
Earn $$ with WidgetBucks!
โฆษณากะเรา