<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: ปราสาทศีขรภูมิ</title>
	<atom:link href="http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/</link>
	<description>Wisut Pinyowanichaka &#124; My Open Profile Online</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2012 14:52:31 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.3</generator>
	<item>
		<title>By: ANGKOR</title>
		<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/comment-page-1/#comment-2805</link>
		<dc:creator>ANGKOR</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 May 2011 07:16:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=83#comment-2805</guid>
		<description>กรณี  ■wisut.net ชี้แจง angkor     ประเด็น ปราสาทศีขรภูมิ
      
 เรียน  ท่านวิสุทธ์  ด้วยความนับถือ
                ตามที่ท่านกล่าวว่าพยายามหลีกเลี่ยงที่จะกำหนดอายุโบราณวัตถุสถานเขมรในประเทศไทยด้วยตัวท่านเอง  แต่อาศัยการกล่าวอ้างถึงการกำหนดอายุโบราณวัตถุสถานเขมร ฯ จากบทความของผู้อื่น (โดยเฉพาะเรื่องนี้คือ ปราสาทศีขรภูมิ)  อย่างน้อยนั่นก็แสดงว่า ท่านได้คัดเลือก เชื่อถือและมั่นใจว่าถูกต้อง  เอามาลงเป็นบทความของท่าน  ฉะนั้นถ้าท่านจะขอความเป็นธรรมสำหรับตัวท่าน ดูจะไม่เป็นการ&quot;ดูถูก&quot;บทความของผู้ที่ท่านคัดลอกเอามา หรือครับ  ?
                อีกอย่างครับ ผมไม่ได้มุ่งหมายให้ท่านเปรียบเทียบทับหลังอย่างที่ท่านเข้าใจ แต่ผมหมายถึงทับหลังที่มีลักษณะที่มี พระศิวนาฏราช  มีพระวิษณุ  มีพระพรหม  มีพระคเณศ  มีพระนางอุมา ฯ ไม่ได้มีแผ่นเดียวในประเทศไทย  ผมต้องการให้ผู้อ่านทั่วไปทราบว่านอกจากแผ่นที่ปราสาทศีขรภูมิแล้ว ก็ยังมีที่อื่นๆอีก  จะได้ไม่คิดว่ามีแผ่นเดียว  ซึ่งท่านก็บอกมาว่าถ้าจะคิดอย่างนั้นก็เป็นเรื่องสุดวิสัย แสดงว่าท่านก็มีเจตนาอยู่บ้าง  ?? ซึ่งไม่น่าจะได้เห็นท่านกล่าวแบบนี้เลยนะครับ

               ตามที่ท่านกล่าวถึง ศ.ฟิลิปป์..... กับนาง G.de............  ซึ่งศึกษากำหนดอายุจากการศึกษาวิวัฒนาการลวดลาย โดยเฉพาะประเทศเขมร   แต่ศึกษาไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุมหลายๆประเทศ   จึงปรากฎแต่ศิลปะบาปวน  นครวัด   ฯ ไม่มีศิลปเขมรสมัยพนมรุ้ง  หรือสมัยพิมาย แต่อย่างใด นั้น
               ผมก็ไม่เห็นนักวิชาการด้านโบราณคดีท่านใด &quot;กล้า&quot;คิดเรียกศิลปเขมรที่เป็นชื่อปราสาทในประเทศไทยสักที่  มีไหมที่จะเรียกว่า ศิลปะเขาน้อย  ศิลปภูมิโปน  ศิลปพนมวัน  ศิลปะเมืองแขก   ศิลปะหมื่นชัย  ศิลปะบ้านใหม่ไทยเจริญ  ศิลปเมืองต่ำ  ศิลปพิมาย   ศิลปะพนมรุ้ง  ศิลปตาเมือน หรือ ฯลฯ  สักท่านหนึ่ง
                แต่ ในหนังสือ ปราสาทหินและทับหลัง ของโครงการสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย ซึ่งพิมพ์เมื่อปี 2552  หน้า 63-67 ได้กล่าวถึง  ท่าน 2 ท่าน ที่มีนามข้างต้นนั้น รวมทั้งจุดประสงค์ของการศึกษาวิวัฒนาการของลวดลาย  ร่วมกับนักอ่าน&quot;จารึก&quot; ท่านหนึ่ง(ไม่อยากเอ่ยชื่อ)ทำการศึกษาควบคู่กันไป จนได้&quot;ตาราง&quot;เปรียบเทียบศิลปะเขมรในประเทศกัมพูชา และศิลปะร่วมแบบเขมรในประเทศไทย  ในหน้าที่ 94-95
                     
                   จริงอยู่ที่น่าจะมี &quot;ศิลปะพิมาย&quot; มาคั่นกลางระหว่าง    ศิลปะบาปวน กับ ศิลปะนครวัด   เพราะปราสาทพิมายสร้างก่อน ปราสาทนครวัด เล็กน้อย และปรางค์ประธานของปราสาทนครวัดก็เลียนแบบ ปรางค์ของพิมาย  แต่กลับบอกว่า ปราสาทพิมาย เป็นศิลปะนครวัด  ?? ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะ ปราสาทพิมาย ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น จนถือเป็นตัวอย่างได้  นักวิชาการอาจไม่ได้คำนึงว่าอะไรมาก่อนมาหลัง  เอาแต่จุดเด่นเป็นที่ตั้งในกรณีที่ช่วงเวลาไม่ต่างกันมากนัก

               เช่นเดียวกับศิลปะพระวิหาร ทำไมไม่เคยมีในตำรา  ก็เพราะความโดดเด่นในศิลปะ ไม่ชัดเจน  มีศิลปะโน้น ศิลปะนี้ ปนอยู่หลายแห่งเกินไป จนไม่มีเอกลักษณ์ตัวเอง  

               ถ้าท่านวิสุทธ์ ต้องการให้มีศิลปะที่เรียกเป็นปราสาทของไทย ก็ลองเป็นกระบอกเสียงดูสิครับ  ผมจะช่วยอีกคนหนึ่ง ล่ะกัน

               ครับผม</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>กรณี  ■wisut.net ชี้แจง angkor     ประเด็น ปราสาทศีขรภูมิ</p>
<p> เรียน  ท่านวิสุทธ์  ด้วยความนับถือ<br />
                ตามที่ท่านกล่าวว่าพยายามหลีกเลี่ยงที่จะกำหนดอายุโบราณวัตถุสถานเขมรในประเทศไทยด้วยตัวท่านเอง  แต่อาศัยการกล่าวอ้างถึงการกำหนดอายุโบราณวัตถุสถานเขมร ฯ จากบทความของผู้อื่น (โดยเฉพาะเรื่องนี้คือ ปราสาทศีขรภูมิ)  อย่างน้อยนั่นก็แสดงว่า ท่านได้คัดเลือก เชื่อถือและมั่นใจว่าถูกต้อง  เอามาลงเป็นบทความของท่าน  ฉะนั้นถ้าท่านจะขอความเป็นธรรมสำหรับตัวท่าน ดูจะไม่เป็นการ&#8221;ดูถูก&#8221;บทความของผู้ที่ท่านคัดลอกเอามา หรือครับ  ?<br />
                อีกอย่างครับ ผมไม่ได้มุ่งหมายให้ท่านเปรียบเทียบทับหลังอย่างที่ท่านเข้าใจ แต่ผมหมายถึงทับหลังที่มีลักษณะที่มี พระศิวนาฏราช  มีพระวิษณุ  มีพระพรหม  มีพระคเณศ  มีพระนางอุมา ฯ ไม่ได้มีแผ่นเดียวในประเทศไทย  ผมต้องการให้ผู้อ่านทั่วไปทราบว่านอกจากแผ่นที่ปราสาทศีขรภูมิแล้ว ก็ยังมีที่อื่นๆอีก  จะได้ไม่คิดว่ามีแผ่นเดียว  ซึ่งท่านก็บอกมาว่าถ้าจะคิดอย่างนั้นก็เป็นเรื่องสุดวิสัย แสดงว่าท่านก็มีเจตนาอยู่บ้าง  ?? ซึ่งไม่น่าจะได้เห็นท่านกล่าวแบบนี้เลยนะครับ</p>
<p>               ตามที่ท่านกล่าวถึง ศ.ฟิลิปป์&#8230;.. กับนาง G.de&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;  ซึ่งศึกษากำหนดอายุจากการศึกษาวิวัฒนาการลวดลาย โดยเฉพาะประเทศเขมร   แต่ศึกษาไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุมหลายๆประเทศ   จึงปรากฎแต่ศิลปะบาปวน  นครวัด   ฯ ไม่มีศิลปเขมรสมัยพนมรุ้ง  หรือสมัยพิมาย แต่อย่างใด นั้น<br />
               ผมก็ไม่เห็นนักวิชาการด้านโบราณคดีท่านใด &#8220;กล้า&#8221;คิดเรียกศิลปเขมรที่เป็นชื่อปราสาทในประเทศไทยสักที่  มีไหมที่จะเรียกว่า ศิลปะเขาน้อย  ศิลปภูมิโปน  ศิลปพนมวัน  ศิลปะเมืองแขก   ศิลปะหมื่นชัย  ศิลปะบ้านใหม่ไทยเจริญ  ศิลปเมืองต่ำ  ศิลปพิมาย   ศิลปะพนมรุ้ง  ศิลปตาเมือน หรือ ฯลฯ  สักท่านหนึ่ง<br />
                แต่ ในหนังสือ ปราสาทหินและทับหลัง ของโครงการสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย ซึ่งพิมพ์เมื่อปี 2552  หน้า 63-67 ได้กล่าวถึง  ท่าน 2 ท่าน ที่มีนามข้างต้นนั้น รวมทั้งจุดประสงค์ของการศึกษาวิวัฒนาการของลวดลาย  ร่วมกับนักอ่าน&#8221;จารึก&#8221; ท่านหนึ่ง(ไม่อยากเอ่ยชื่อ)ทำการศึกษาควบคู่กันไป จนได้&#8221;ตาราง&#8221;เปรียบเทียบศิลปะเขมรในประเทศกัมพูชา และศิลปะร่วมแบบเขมรในประเทศไทย  ในหน้าที่ 94-95</p>
<p>                   จริงอยู่ที่น่าจะมี &#8220;ศิลปะพิมาย&#8221; มาคั่นกลางระหว่าง    ศิลปะบาปวน กับ ศิลปะนครวัด   เพราะปราสาทพิมายสร้างก่อน ปราสาทนครวัด เล็กน้อย และปรางค์ประธานของปราสาทนครวัดก็เลียนแบบ ปรางค์ของพิมาย  แต่กลับบอกว่า ปราสาทพิมาย เป็นศิลปะนครวัด  ?? ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะ ปราสาทพิมาย ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น จนถือเป็นตัวอย่างได้  นักวิชาการอาจไม่ได้คำนึงว่าอะไรมาก่อนมาหลัง  เอาแต่จุดเด่นเป็นที่ตั้งในกรณีที่ช่วงเวลาไม่ต่างกันมากนัก</p>
<p>               เช่นเดียวกับศิลปะพระวิหาร ทำไมไม่เคยมีในตำรา  ก็เพราะความโดดเด่นในศิลปะ ไม่ชัดเจน  มีศิลปะโน้น ศิลปะนี้ ปนอยู่หลายแห่งเกินไป จนไม่มีเอกลักษณ์ตัวเอง  </p>
<p>               ถ้าท่านวิสุทธ์ ต้องการให้มีศิลปะที่เรียกเป็นปราสาทของไทย ก็ลองเป็นกระบอกเสียงดูสิครับ  ผมจะช่วยอีกคนหนึ่ง ล่ะกัน</p>
<p>               ครับผม</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ANGKOR</title>
		<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/comment-page-1/#comment-2405</link>
		<dc:creator>ANGKOR</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Mar 2011 12:47:43 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=83#comment-2405</guid>
		<description>ปราสาทระแงง ไม่ได้เป็นปราสาทเดียวที่มีทับหลังเป็นรูปศิวนาฏราช และมีเทพองค์อิ่นๆเช้น พระวิษณุให้จังหวะ  พระพรหมตีฉิ่ง  พระคเณศตีกลอง  พระนางบรรพตี(=พระนางอุมา - ไม่ใช่พระนางลักษมีอย่างที่เข้าใจ) ถือไม้เท้าขาคน  ฯ แต่ยังมีปราสาทอื่นๆที่มีท้บหลังเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้ศึกษาและนำมาเปรียบเทียบกัน ยกตัวอย่างเช่น ปราสาทกู่สวนแตง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ (ซึ่งปราสาทนี้ก็อยู่ในสมัยเดียวกันกับนครวัด)  เป็นต้น จึงทำให้คิดว่ามีอยู่แผ่นเดียวในประเทศ  ที่จริงนั้นไม่ใข่เลยนะครับ

และที่บอกกันว่าปราสาทระแงงอยู่ในสมัยนครวัดนั้น น่าจะคลาดเคลื่อน ผมว่าน่าจะเป็นสมัยที่ต่อกันระหว่างสมัยบาปวน และนครวัดมากกว่า (สมัยบาปวนตอนปลาย - สมัยนครวัดตอนต้น)เพราะเหตุอะไร จะแจงให้ทราบต่อไปเป็นฉากๆ  แต่ตอนนี้ก็ลองอ่านบทความนี้ดูก่อนครับ

ในสมัยบาปวน นั้น จะมีกษัตริย์ปกครองอยู่ 2 วงศ์

วงศ์ที่1 จะตรงกับสมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันท่ 2 (พ.ศ.1593-1609 = 16ปี) และ สมัยพระเจ้าหรรษาวรมันที่ 3 (พ.ศ.1609-1623 = 14 ปี) ซึ่งเป็นพี่น้องกัน รวมวงศ์แรก มีระยะเวลาประมาณ 30 ปี

วงศ์ที่2 จะตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (พ.ศ.1623-1650 = 27 ปี) และสมัยพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 (พ.ศ.1650 – 1656 = 6 ปี) ซึ่งเป็นพี่น้องกัน รวมวงศ์ที่ 2 มีระยะเวลาประมาณ 33 ปี

จากการศึกษาการแต่งกายสมัยบาปวน จะมีลักษณะดังนี้
สมัยวงศ์ที่ 1
บรุษ – จะนุ่งโจงกระเบนสั้น จีบเป็นริ้ว มีผ้าชายพกต้นขาซ้าย ขอบเอวจะเว้าลงมามากลึกถึงหน้าท้อง ข้างหลัง ขอบจะสูงขึ้นถึงกลางหลัง ผมจะเกล้ารัดขึ้นไป ไม่มีกระบังหน้า ไม่มีตุ้มหู ไม่มีสร้อยคอ
สตรี – จะนุ่งผ้าเป็นริ้ว มีชายหางปลายาวถึงชายผ้าถุง และมีเข็มขัด ไม่มีขอบผ้าห้อยลงมาที่หน้าท้อง ผมจะเกล้ารัดขึ้นไป ไม่มีกระบังหน้า ไม่มีตุ้มหู ไม่มีสร้อยคอ

สมัยวงศ์ที่2
บรุษ – จะนุ่งโจงกระเบนสั้น อาจไม่มีริ้ว หรือมีก็ได้ ขอบเอวไม่เว้าลงมามาก มีชายสมอเรืออันเดียวยาวถึงชายขากางเกง ไม่มีตุ้มหู ผมอาจเกล้ารัดขึนไป และบางครั้งอาจพบว่าเริ่มมีการสวมกระบังหน้าอยู่บ้าง
สตรี – ฟ้านุ่งมีขอบผ้าย้อนห้อยออกมา มีชายหางปลายาวถึงชายผ้าถุง ไม่มีตุ้มหู ไม่มีสร้อยคอ มีทั้งเกล้าผม แลเริ่มใส่กระบังหน้ามีดอกไม้ตรงกลางดอกเดียว แต่บางครั้งจะสวมกระบังที่เป็นกระบอกอยู่ข้างบน

แบบสมัยวงศ์ที่ 1 จะพบได้จากปราสาทบาปวนในเขมร
แบบสมัยวงศ์ที่ 2 จะพบได้จากปราสาทพิมาย ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทตาเมือนทม ปราสาทวัดภู (ลาว) ปราสาทเจ้าสายเทวดา (เขมร) ปราสาทธรรมานันท์ (เขมร) ปราสาทเบงมีเลีย -บาวส่วน (เขมร) เป็นต้น

สำหรับปราสาทศีขรภูมิ ถ้าเราดูจากการแต่งการของนางอัปสรา ก็จะเห็นว่า นุ่งผ้ามีชายผ้าขอบย้อนออกมาที่หน้าท้อง มีชายหางปลายาว แต่ที่สำคัญคือเริ่มมีสร้อยคอ มีตุ้มหู สวมกระบังหน้าซึ่งมีดอกไม้ดอกเดียวตรงกลาง

ส่วนปราสาทนครวัด ที่ผมเคยไปเที่ยว นางอัปสราจะไม่มีขอบผ้าย้อนออกมา เริ่มมีพู่ห้อย ไม่มีชายหางปลายาว มีตุ้มหู มีสร้อยคอ สวมกระบังหน้าที่มีดอกไม้ 3 ดอก แต่บางนางก็มัดๆผมม้วนขึ้นไปเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการการแต่งกาย ก็จะเป็นไปตามความนิยมของแต่ละสมัยของผู้ครองเมือง ปราสาทศีขรภูมิ อาจมีวิวัฒนาการมาก่อนที่จะสร้างปราสาทนครวัด ซึ่งเราอาจจะเรียกว่าเป็นสมัยบาปวนตอนปลายก็ได้</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ปราสาทระแงง ไม่ได้เป็นปราสาทเดียวที่มีทับหลังเป็นรูปศิวนาฏราช และมีเทพองค์อิ่นๆเช้น พระวิษณุให้จังหวะ  พระพรหมตีฉิ่ง  พระคเณศตีกลอง  พระนางบรรพตี(=พระนางอุมา &#8211; ไม่ใช่พระนางลักษมีอย่างที่เข้าใจ) ถือไม้เท้าขาคน  ฯ แต่ยังมีปราสาทอื่นๆที่มีท้บหลังเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้ศึกษาและนำมาเปรียบเทียบกัน ยกตัวอย่างเช่น ปราสาทกู่สวนแตง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ (ซึ่งปราสาทนี้ก็อยู่ในสมัยเดียวกันกับนครวัด)  เป็นต้น จึงทำให้คิดว่ามีอยู่แผ่นเดียวในประเทศ  ที่จริงนั้นไม่ใข่เลยนะครับ</p>
<p>และที่บอกกันว่าปราสาทระแงงอยู่ในสมัยนครวัดนั้น น่าจะคลาดเคลื่อน ผมว่าน่าจะเป็นสมัยที่ต่อกันระหว่างสมัยบาปวน และนครวัดมากกว่า (สมัยบาปวนตอนปลาย &#8211; สมัยนครวัดตอนต้น)เพราะเหตุอะไร จะแจงให้ทราบต่อไปเป็นฉากๆ  แต่ตอนนี้ก็ลองอ่านบทความนี้ดูก่อนครับ</p>
<p>ในสมัยบาปวน นั้น จะมีกษัตริย์ปกครองอยู่ 2 วงศ์</p>
<p>วงศ์ที่1 จะตรงกับสมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันท่ 2 (พ.ศ.1593-1609 = 16ปี) และ สมัยพระเจ้าหรรษาวรมันที่ 3 (พ.ศ.1609-1623 = 14 ปี) ซึ่งเป็นพี่น้องกัน รวมวงศ์แรก มีระยะเวลาประมาณ 30 ปี</p>
<p>วงศ์ที่2 จะตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (พ.ศ.1623-1650 = 27 ปี) และสมัยพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 (พ.ศ.1650 – 1656 = 6 ปี) ซึ่งเป็นพี่น้องกัน รวมวงศ์ที่ 2 มีระยะเวลาประมาณ 33 ปี</p>
<p>จากการศึกษาการแต่งกายสมัยบาปวน จะมีลักษณะดังนี้<br />
สมัยวงศ์ที่ 1<br />
บรุษ – จะนุ่งโจงกระเบนสั้น จีบเป็นริ้ว มีผ้าชายพกต้นขาซ้าย ขอบเอวจะเว้าลงมามากลึกถึงหน้าท้อง ข้างหลัง ขอบจะสูงขึ้นถึงกลางหลัง ผมจะเกล้ารัดขึ้นไป ไม่มีกระบังหน้า ไม่มีตุ้มหู ไม่มีสร้อยคอ<br />
สตรี – จะนุ่งผ้าเป็นริ้ว มีชายหางปลายาวถึงชายผ้าถุง และมีเข็มขัด ไม่มีขอบผ้าห้อยลงมาที่หน้าท้อง ผมจะเกล้ารัดขึ้นไป ไม่มีกระบังหน้า ไม่มีตุ้มหู ไม่มีสร้อยคอ</p>
<p>สมัยวงศ์ที่2<br />
บรุษ – จะนุ่งโจงกระเบนสั้น อาจไม่มีริ้ว หรือมีก็ได้ ขอบเอวไม่เว้าลงมามาก มีชายสมอเรืออันเดียวยาวถึงชายขากางเกง ไม่มีตุ้มหู ผมอาจเกล้ารัดขึนไป และบางครั้งอาจพบว่าเริ่มมีการสวมกระบังหน้าอยู่บ้าง<br />
สตรี – ฟ้านุ่งมีขอบผ้าย้อนห้อยออกมา มีชายหางปลายาวถึงชายผ้าถุง ไม่มีตุ้มหู ไม่มีสร้อยคอ มีทั้งเกล้าผม แลเริ่มใส่กระบังหน้ามีดอกไม้ตรงกลางดอกเดียว แต่บางครั้งจะสวมกระบังที่เป็นกระบอกอยู่ข้างบน</p>
<p>แบบสมัยวงศ์ที่ 1 จะพบได้จากปราสาทบาปวนในเขมร<br />
แบบสมัยวงศ์ที่ 2 จะพบได้จากปราสาทพิมาย ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทตาเมือนทม ปราสาทวัดภู (ลาว) ปราสาทเจ้าสายเทวดา (เขมร) ปราสาทธรรมานันท์ (เขมร) ปราสาทเบงมีเลีย -บาวส่วน (เขมร) เป็นต้น</p>
<p>สำหรับปราสาทศีขรภูมิ ถ้าเราดูจากการแต่งการของนางอัปสรา ก็จะเห็นว่า นุ่งผ้ามีชายผ้าขอบย้อนออกมาที่หน้าท้อง มีชายหางปลายาว แต่ที่สำคัญคือเริ่มมีสร้อยคอ มีตุ้มหู สวมกระบังหน้าซึ่งมีดอกไม้ดอกเดียวตรงกลาง</p>
<p>ส่วนปราสาทนครวัด ที่ผมเคยไปเที่ยว นางอัปสราจะไม่มีขอบผ้าย้อนออกมา เริ่มมีพู่ห้อย ไม่มีชายหางปลายาว มีตุ้มหู มีสร้อยคอ สวมกระบังหน้าที่มีดอกไม้ 3 ดอก แต่บางนางก็มัดๆผมม้วนขึ้นไปเท่านั้น</p>
<p>จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการการแต่งกาย ก็จะเป็นไปตามความนิยมของแต่ละสมัยของผู้ครองเมือง ปราสาทศีขรภูมิ อาจมีวิวัฒนาการมาก่อนที่จะสร้างปราสาทนครวัด ซึ่งเราอาจจะเรียกว่าเป็นสมัยบาปวนตอนปลายก็ได้</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: apichart s.</title>
		<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/comment-page-1/#comment-1943</link>
		<dc:creator>apichart s.</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jan 2011 09:14:10 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=83#comment-1943</guid>
		<description>เรียนท่านอาจารย์วิสุทธิ์ ครับ
หาเจอในเน็ต อ่านชอบครับ ผมลูกศิษย์วค.บุรีรัมย์ เป็นชาวศีขรภูมิ ที่เคยแกะหน้าบันมาหล่อให้อาจารย์ครับ เมื่อคราวกลับพักร้อนก็ได้กลับบ้านและใด้ไปที่ปราสาท ชอบครับดีกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนมาก

นับถือครับ
อภิชาติ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เรียนท่านอาจารย์วิสุทธิ์ ครับ<br />
หาเจอในเน็ต อ่านชอบครับ ผมลูกศิษย์วค.บุรีรัมย์ เป็นชาวศีขรภูมิ ที่เคยแกะหน้าบันมาหล่อให้อาจารย์ครับ เมื่อคราวกลับพักร้อนก็ได้กลับบ้านและใด้ไปที่ปราสาท ชอบครับดีกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนมาก</p>
<p>นับถือครับ<br />
อภิชาติ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: มีน</title>
		<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/comment-page-1/#comment-1697</link>
		<dc:creator>มีน</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Dec 2010 08:25:27 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=83#comment-1697</guid>
		<description>ปราสาทศีขรภูมิสวยมากคะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ปราสาทศีขรภูมิสวยมากคะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ศีขรภูมิ FC.</title>
		<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/comment-page-1/#comment-1606</link>
		<dc:creator>ศีขรภูมิ FC.</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Nov 2010 02:43:23 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=83#comment-1606</guid>
		<description>;-)  ขอเชิญทุกท่านมาชมปราสาทศีขรภูมิด้วยน่ะค่ะ
.
.
เพราะว่าปราสาทที่นี่สวยงามจริงๆ :razz: 
และปีหน้าก็ยังมีการแสดงสืบสานตำนานพันปีที่ยิ่งใหญ่
 :o  และสวยงามอีกด้วยค่ะ :mrgreen:</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p> <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';-)' class='wp-smiley' />   ขอเชิญทุกท่านมาชมปราสาทศีขรภูมิด้วยน่ะค่ะ<br />
.<br />
.<br />
เพราะว่าปราสาทที่นี่สวยงามจริงๆ <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':razz:' class='wp-smiley' /><br />
และปีหน้าก็ยังมีการแสดงสืบสานตำนานพันปีที่ยิ่งใหญ่<br />
 <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_surprised.gif' alt=':o' class='wp-smiley' />   และสวยงามอีกด้วยค่ะ <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_mrgreen.gif' alt=':mrgreen:' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ศีขรภูมิ FC.</title>
		<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/comment-page-1/#comment-1605</link>
		<dc:creator>ศีขรภูมิ FC.</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Nov 2010 02:40:25 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=83#comment-1605</guid>
		<description>:lol:   ไม่จำเป็นหรอค่ะ
ปราสาทศีขรภูมิเป็นสิ่งที่  :smile: 
 :razz:  ชาวศีขร ภูมิใจมาก
ไม่จำเป็นต้องเอาไว้ที่อื่นหรอก  :cry: 
 ;-)  และอีกอย่างทัพหลังก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย
ปราสาทศีขร จะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่หนึ่งไงค่ะ ;-)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p> <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_lol.gif' alt=':lol:' class='wp-smiley' />    ไม่จำเป็นหรอค่ะ<br />
ปราสาทศีขรภูมิเป็นสิ่งที่  <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':smile:' class='wp-smiley' /><br />
 <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':razz:' class='wp-smiley' />   ชาวศีขร ภูมิใจมาก<br />
ไม่จำเป็นต้องเอาไว้ที่อื่นหรอก  <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_cry.gif' alt=':cry:' class='wp-smiley' /><br />
 <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';-)' class='wp-smiley' />   และอีกอย่างทัพหลังก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย<br />
ปราสาทศีขร จะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่หนึ่งไงค่ะ <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';-)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ภาสกร คนระแงง</title>
		<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/comment-page-1/#comment-1601</link>
		<dc:creator>ภาสกร คนระแงง</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Nov 2010 09:47:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=83#comment-1601</guid>
		<description>แต่ถ้าจะให้ดี ต้องเก็บไว้ที่องค์ปราสาทศีขรภูมิ เลยนะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>แต่ถ้าจะให้ดี ต้องเก็บไว้ที่องค์ปราสาทศีขรภูมิ เลยนะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ภาสกร คนระแงง</title>
		<link>http://www.wisut.net/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/comment-page-1/#comment-1600</link>
		<dc:creator>ภาสกร คนระแงง</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Nov 2010 09:44:35 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.wisut.net/?p=83#comment-1600</guid>
		<description>:lol:  :grin:  :razz:  :roll:  :smile: ดีๆๆๆ ครับ / อะไรควรอยู่ไหน ก็ขอให้อยู่ที่นั้นเถิดนะ กรมศิลปากร</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p> <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_lol.gif' alt=':lol:' class='wp-smiley' />   <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':grin:' class='wp-smiley' />   <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':razz:' class='wp-smiley' />   <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_rolleyes.gif' alt=':roll:' class='wp-smiley' />   <img src='http://www.wisut.net/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':smile:' class='wp-smiley' />  ดีๆๆๆ ครับ / อะไรควรอยู่ไหน ก็ขอให้อยู่ที่นั้นเถิดนะ กรมศิลปากร</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

